

KEY
POINTS
วันนี้ (9 ก.พ. 69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ กรณีการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล และพวกรวม 44 คน จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นายสุรพงษ์ ระบุว่า ภายหลังคณะกรรมการไต่สวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และสรุปสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ ได้เสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาในวันนี้ โดยกระบวนการดังกล่าวใช้เวลานานกว่าที่กำหนดไว้ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ได้ยื่นคำร้องคัดค้านคณะกรรมการไต่สวน รวมถึงคำร้องในลักษณะเดียวกันหลายประเด็น ซึ่งต้องนำมาพิจารณาควบคู่กับการวินิจฉัยสำนวน
นอกจากนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือ และขอใช้สิทธิเข้าชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการไต่สวน โดยคณะกรรมการได้คำนึงถึงประโยชน์แห่งความยุติธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาทุกรายเข้าชี้แจงอย่างเต็มที่ จึงต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งในด้านข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปรากฏว่า มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และอดีต สส.พรรคก้าวไกล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ถึงที่ 44 ซึ่งร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ …) พ.ศ. … เป็นการกระทำที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า การเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวมีเจตนามุ่งลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติ อันเป็นการไม่ยึดมั่นและไม่ธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่พิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง
ที่ประชุมยังพิจารณาว่า แม้สิทธิในการเสนอร่างกฎหมายจะเป็นสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องพิจารณาเนื้อหาของร่างกฎหมายว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยในกรณีนี้ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีข้อทักท้วงถึงเนื้อหาของร่างดังกล่าวแล้ว ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 111 และข้อ 112 แต่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ยังคงยืนยันเสนอร่างเข้าสู่การพิจารณาของสภา
คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน เป็นการกระทำโดยมีเจตนาร่วมกัน ไม่อาจแยกการกระทำเป็นรายบุคคลได้ สอดคล้องกับแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 มกราคม 2567
จากมติดังกล่าว ที่ประชุม ป.ป.ช. จึงมีมติให้ ส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่มีมติ