

KEY
POINTS
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปในสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชีย ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยผู้นำฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งในญี่ปุ่นและไทย ต่างคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้น
สำหรับประเทศญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ และพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) เป็นเพียงพรรคเดียวได้ที่นั่งเกินกึ่งหนึ่ง (233 ที่นั่ง) อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงหลังปิดหีบ และคาดการณ์ว่าจะครองที่นั่งในสภาล่างได้ถึง 328 จาก 465 ที่นั่ง
ชัยชนะครั้งนี้เมื่อรวมกับพรรคพันธมิตรอย่าง Japan Innovation Party (Ishin) จะทำให้ทาคาอิจิ ครองเสียง 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งช่วยให้เธอง่ายต่อการผลักดันกฎหมายแม้จะถูกคัดค้านจากสภาสูง
ซานาเอะ ทาคาอิจิ ยืนยันจะเดินหน้า นโยบายลดภาษี และการเสริมสร้างความมั่นคง แม้ว่าตลาดการเงินจะมีความกังวลต่อภาระหนี้สาธารณะก็ตาม, โดยค่าเงินเยนมีการอ่อนค่าลงเล็กน้อยแตะระดับ 157.95 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าวันจันทร์ก่อนจะกระเตื้องขึ้น
ในส่วนประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำพรรคภูมิใจไทยชนะขาดลอย ท่ามกลางกระแสชาตินิยม ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะนำไปสู่รัฐบาลผสมที่มีความเสถียรภาพมากขึ้น
จากผลคะแนนเบื้องต้น (นับแล้วกว่า 90%) พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำโด่ง ตามมาด้วยพรรคประชาชนในอันดับที่สอง และพรรคเพื่อไทย อยู่อันดับที่สาม
โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรคประชาชน ยอมรับความพ่ายแพ้โดยระบุว่าพรรคจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลที่นำโดยภูมิใจไทย และจะไม่จัดตั้งขั้วการเมืองแข่ง
นักวิเคราะห์ระบุว่า อนุทินใช้กระแส ชาตินิยม จากกรณีความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงเดือนธันวาคมมาเป็นเครื่องมือสร้างคะแนนนิยม นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือระหว่างกลุ่มเทคโนแครต ชนชั้นนำ และนักการเมืองดั้งเดิม
ที่มา รอยเตอร์