
“สรรเพชญ”ลุยกระบี่ติดการพัฒนาท่าเรือและถนน เร่งยกระดับโครงข่ายคมนาคม
“สรรเพชญ”ลงพื้นที่กระบี่ “ผนึก 3 สส. ภูมิใจไทย” ลุยติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือและถนน เร่งยกระดับโครงข่ายคมนาคม รองรับการเดินทาง และการท่องเที่ยว
KEY
POINTS
- รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงท่าเรือศาลาด่านและท่าเรือบ้านโล๊ะใหญ่บนเกาะลันตา เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
- เร่งรัดโครงการเรือเฟอร์รี่ “วงแหวนอันดามัน” เชื่อมโยง 4 ท่าเรือระหว่างกระบี่-เกาะยาว-ภูเก็ต คาดว่าจะช่วยลดเวลาเดินทางเหลือประมาณ 2 ชั่วโมง
- ติดตามโครงการขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจร และก่อสร้างทางหลวงสายใหม่เชื่อมกระบี่-นครศรีธรรมราช เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการท่าเทียบเรือและโครงการทางถนนที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งให้กับประชาชน และยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่
โดยมี นายกิตติ กิตติธรกุล สส. เขต 1 นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สส. เขต 2 และ นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สส. เขต 3 จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายอารยัน รัตนพันธุ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ร่วมลงพื้นที่ โดยผู้ว่าฯ กระบี่ เจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่า กรมทางหลวง (ทล.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานข้อมูลเพื่อประกอบการสั่งการและวางแผนดำเนินงาน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการด้านการขนส่งทางน้ำที่สำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือศาลาด่าน ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา ซึ่งเป็นการซ่อมแซมท่าเทียบเรือโดยสารขนาด 75 x 10 เมตร พร้อมอาคารบริการนักท่องเที่ยวและประติมากรรมตกแต่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดว่าการปรับปรุงจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน 2569
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้จังหวัดกระบี่ เป็นแกนนำหลักในการหาเจ้าของพื้นที่ท่าเรือ โดยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหาข้อยุติภายใน 15 วัน เพื่อให้สามาาถเร่งดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือบ้านโล๊ะใหญ่ ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือที่มีความสำคัญต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งในด้านการประมงและการท่องเที่ยว
เนื่องจากเปิดใช้งานมาเป็นเวลา 25 ปี ส่งผลให้โครงสร้างของท่าเรือเกิดการชำรุด จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและมีความปลอดภัย เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ยังได้ติดตามโครงการเชื่อมโยงทางเรือ “วงแหวนอันดามัน” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงจังหวัดกระบี่ เกาะยาว และจังหวัดภูเก็ต ผ่านท่าเรือข้ามฟาก (เรือเฟอร์รี่) 4 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่ ท่าเรือมาเนาะห์ เกาะยาวน้อย ท่าเรือช่องหลาด เกาะยาวใหญ่ และท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่และภูเก็ตให้เหลือประมาณ 2 ชั่วโมง จากเดิมที่เดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที
ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยวทางทะเลระหว่างพื้นที่ โดยปัจจุบันท่าเรือทั้ง 4 แห่งอยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 2572
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า นอกจากโครงการด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำแล้ว ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการทางถนนในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ได้แก่
ทางหลวงหมายเลข 4037 ช่วงอำเภอเหนือคลอง - เขาพนม (กม.4+319 - กม.21+307) และทางหลวงหมายเลข 4225 ช่วงบ้านในปง - คลองชี (กม.24+237 - กม.46+277) ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4156 ช่วงอำเภอเขาพนม - ทุ่งใหญ่ (กม.0+000 - กม.40+475) ระยะทาง 40.475 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่และนครศรีธรรมราช
ตลอดจนสนับสนุนการขนส่งสินค้าและผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการท่องเที่ยว และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) และได้ดำเนินการเวนคืนที่ดินบางส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินโครงการ
ทั้งนี้ ทล. ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 4206 ช่วงตำบลห้วยน้ำขาว - บ้านเกาะกลาง และทางหลวงหมายเลข 4034 ช่วงปากน้ำกระบี่ - เขาทอง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพระบบคมนาคมขนส่งและสนับสนุนการเดินทางในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบและศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นายสรรเพชญ กล่าวในตอนท้ายว่า ได้กำชับให้ จท. และ ทล. เร่งรัดการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กำหนด พร้อมติดตามและแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยให้คำนึงถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ของประชาชน และความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสำคัญ เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่






