

KEY
POINTS
บรรยากาศทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุด ณ เวลา 10.30 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 "ฐานเศรษฐกิจ" สรุปผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อพรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่งเป็นอันดับหนึ่งทิ้งห่างคู่แข่ง ในขณะที่พรรคประชาชนสามารถสร้างปรากฏการณ์ยึดพื้นที่กรุงเทพมหานครได้แบบเบ็ดเสร็จ
ส่วนพรรคอื่นๆ มีจำนวน สส. (อย่างไม่เป็นทางการ) ดังนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงประกาศชัยชนะภายหลังคะแนนทิ้งห่างเป็นอันดับหนึ่ง โดยระบุว่าผลคะแนนที่ได้รับคือ "คำสั่ง" จากประชาชนให้พรรคเข้ามาบริหารประเทศ
นายอนุทินเน้นย้ำว่าความสำเร็จนี้มาจากทีมงานที่เป็นมืออาชีพและความเข้าใจความต้องการของประชาชนอย่างลึกซึ้ง ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พรรคจะรอการรับรองผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. ก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
แม้ในภาพรวมระดับประเทศพรรคประชาชนจะเป็นอันดับสอง แต่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนสามารถสร้างประวัติศาสตร์ ชนะขาดทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ในภาพรวมและยืนยันตามหลักการประชาธิปไตยให้พรรคอันดับหนึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่า "จะไม่โหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย" และพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญตามมติประชามติที่ประชาชนเห็นชอบเกิน 60%
ด้าน พรรคเพื่อไทย โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ยอมรับว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ (80-100 ที่นั่ง) โดยพรรคได้เพียง 76 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม เพื่อไทยพร้อมทำหน้าที่ตามกลไกรัฐสภา ไม่ว่าจะในบทบาทรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ขณะที่ พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แสดงความพอใจกับผลคะแนนที่ "เกินคาด" เกือบ 60 ที่นั่ง โดยชี้ว่ามาจากผลงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทิ้งปริศนาทางการเมืองด้วยอารมณ์ขันว่า "กำลังรอพรรคสีฟ้าต่อสายมา" แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงขอบคุณคะแนนเสียงที่เพิ่มขึ้นในส่วนของบัญชีรายชื่อ โดยเฉพาะในภาคใต้และสุโขทัยที่คะแนนพรรคมาเป็นอันดับหนึ่ง
นายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืนว่าพรรค พร้อมเป็นฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบการทุจริตอย่างเข้มข้น และตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่าการจะร่วมรัฐบาลได้นั้นต้องไม่มีประเด็นคอร์รัปชันหรือทุนสีเทาเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด