

KEY
POINTS
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.50 น. ณ สำนักงานใหญ่พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ได้ร่วมกันแถลงข่าวท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดแต่ยังคงความมุ่งมั่น ภายหลังจากผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเริ่มมีความชัดเจนว่า พรรคประชาชนอาจไม่ได้ครองอันดับ 1 ในสภาผู้แทนราษฎร
นายณัฐพงษ์เริ่มต้นด้วยการแสดงความขอบคุณประชาชนชาวไทยที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงมติประชามติอย่างคึกคัก โดยเน้นย้ำว่าแม้ผลการเลือกตั้งจะยังไม่ครบ 100% แต่สิ่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจคือ "ชัยชนะของประชาชน" ในการลงมติประชามติ ซึ่งมีแนวโน้มสูงกว่า 60% ที่จะผ่านความเห็นชอบในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
"ผมต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน การเลือกตั้งคือการหาทางออกให้ประเทศ และผลประชามติในวันนี้คือเครื่องยืนยันว่า ประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างกฎหมายสูงสุดของประเทศ" นายณัฐพงษ์กล่าว
ในประเด็นผลการเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าจากคะแนนปัจจุบัน พรรคประชาชนไม่น่าจะสามารถคว้าอันดับ 1 มาครองได้ ดังนั้นพรรคจะทำตามหลักการที่เคยประกาศไว้ในช่วงหาเสียงอย่างเคร่งครัด คือการเคารพเสียงข้างมากในระบบรัฐสภา
"เรายอมรับว่าเราไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ดังนั้นตามธรรมเนียมปฏิบัติและหลักการประชาธิปไตย เราต้องให้พรรคการเมืองที่ได้อันดับ 1 เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคประชาชนจะไม่มีการไปเดินสายทาบทามใครเพื่อตั้งรัฐบาลแข่งในตอนนี้ เพราะเราต้องการเคารพเจตจำนงของประชาชนอย่างถึงที่สุด"
ประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจมากที่สุดคือท่าทีต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายณัฐพงษ์ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "ไม่สามารถร่วมงานได้" โดยให้เหตุผลสำคัญ 2 ประการ:
เมื่อถูกถามถึงความผิดปกติในบางหน่วยเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ระบุว่าพรรคได้รับรายงานมาบ้างและได้ประสานทาง กกต. ไปตามขั้นตอน แต่จะไม่นำประเด็นเล็กน้อยเหล่านี้มาเป็นเหตุผลหลักในการไม่น้อมรับความพ่ายแพ้
"ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโจมตีทางการเมืองในอดีต หรือประเด็นจุดยืนของพรรคที่อาจส่งผลต่อคะแนนเสียง ผมน้อมรับทุกเหตุผลเบื้องหลังของประชาชน เราจะนำผลครั้งนี้ไปถอดบทเรียน เพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา และเข้าถึงประชาชนให้ดียิ่งกว่าเดิมในการเลือกตั้งครั้งหน้า"
ในช่วงท้าย นายณัฐพงษ์ได้ส่งสารถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในอนาคต ให้ร่วมกันผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเจตจำนงของประชาชนที่ผ่านประชามติในวันนี้ โดยระบุว่าพรรคประชาชนจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในสภาฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
"ตราบใดที่ประชาชนยังเชื่อในพลังของตัวเอง ผมและเพื่อน ส.ส. ทุกคน พร้อมที่จะเดินหน้าต่อเพื่อทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชน เราจะทำงานการเมืองในแบบที่เราเชื่อ คือการสถาปนาการเมืองของประชาชนขึ้นมาใหม่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกคนครับ" นายณัฐพงษ์กล่าวสรุป