

KEY
POINTS
พรรคเป็นธรรม ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อกรณีเกิดเหตุใช้อาวุธปืนจากฝั่งกัมพูชายิงเข้ามาในเขตราชอาณาจักรไทย ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการทำประชามติ โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศไทยอย่างร้ายแรง และเป็นการยั่วยุในห้วงเวลาที่เปราะบางของระบอบประชาธิปไตย
ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 45) ระบุในแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์นี้ “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย” แต่เป็นการล้ำเส้นอธิปไตยไทยอย่างชัดเจน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังดำเนินกระบวนการประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีเจตนาสร้างสถานการณ์และความปั่นป่วนทางการเมือง
หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ระบุว่า วันนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศไทยถูกล้ำเส้น แต่ต้องเป็น “ครั้งสุดท้าย” ที่ประเทศจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมเตือนว่า ลูกปืนเพียงนัดเดียวอาจยิงมาจากชายแดน แต่ผลกระทบจากการยั่วยุเช่นนี้อาจสร้างความวุ่นวาย และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อประชาธิปไตยทั้งประเทศได้
พรรคเป็นธรรมได้ประกาศจุดยืนภายใต้หลักคิด “อธิปไตยต้องปกป้อง แต่ประชาธิปไตยต้องเดินต่อ” โดยยืนยันว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้าบริหารประเทศ จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบด้าน และใช้กลไกของรัฐ รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อกรณีดังกล่าว และจะไม่ยอมให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต
ในแถลงการณ์ยังได้ส่งกำลังใจไปยังทหารไทย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน โดยขอให้ยึดหลักความอดทน อดกลั้น และใช้สติในการรับมือกับสถานการณ์ เพื่อประคับประคองไม่ให้ความตึงเครียดบานปลาย และเพื่อให้การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติสามารถดำเนินไปได้อย่างสงบเรียบร้อย ไม่ตกเป็นเหยื่อของการยั่วยุจากภายนอก
นอกจากนี้ พรรคเป็นธรรมยังเชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคให้ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันในประเด็นดังกล่าว โดยย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ประเทศไทยยังคงสามารถปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองได้ พร้อมเดินหน้ากระบวนการประชาธิปไตยอย่างปลอดภัย
“พรรคเป็นธรรมไม่ต้องการเห็นความรุนแรง แต่จะไม่ยอมให้ใครใช้ช่วงเวลาเปราะบางนี้ มาทดสอบอธิปไตยของประเทศ ประเทศไทยต้องเดินหน้าเลือกตั้ง ควบคู่กับการปกป้องศักดิ์ศรีของชาติอย่างมีสติและความรับผิดชอบ” ดร.ปิติพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย