thansettakij
พรรคเป็นธรรมชูประชาชนเป็นใหญ่ ดันเรียนฟรี มีงานทำ ยกระดับชีวิตคนไทย

พรรคเป็นธรรมชูประชาชนเป็นใหญ่ ดันเรียนฟรี มีงานทำ ยกระดับชีวิตคนไทย

26 ม.ค. 2569 | 09:19 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 2569 | 09:28 น.

“ทำเป็น–ทำจริง–ทำได้” พรรคเป็นธรรมเปิดวิสัยทัศน์รื้อโครงสร้างรัฐ ชูประชาชนเป็นใหญ่ ปชต.เป็นธรรม ดันเรียนฟรี มีงานทำ ยกระดับชีวิตคนไทย

KEY

POINTS

  • พรรคเป็นธรรมชูหลักการ “ประชาชนเป็นใหญ่” เสนอปฏิรูปโครงสร้างการเมือง 3 เสาหลัก ได้แก่ รื้ออำนาจนอกระบบ ถอนทหารออกจากการเมือง และ สร้างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน
  • ผลักดันนโยบายการศึกษา “เรียนฟรีต้องกินได้” ที่มุ่งเน้นให้การศึกษาฟรีนำไปสู่การมีงานทำและรายได้ที่เพียงพอ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง
  • เสนอนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในมิติต่างๆ เช่น การแก้ปัญหาชายแดนใต้โดยใช้เศรษฐกิจนำ และการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศ

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนแรงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ พรรคเป็นธรรมเปิดตัวนโยบายและวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการ โดย ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ขึ้นเวทีแสดงจุดยืนทางการเมืองในงาน “Festival กป.อพช. Kick Off” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางการเข้าร่วมของเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 20 เครือข่าย

ดร.ปิติพงศ์ ยืนยันว่า พรรคเป็นธรรมก่อตั้งขึ้นบนหลักคิดสำคัญว่า “ประชาชนต้องเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องเป็นธรรม” โดยเห็นว่าปัญหาหลักของประเทศไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ได้อยู่ที่การขาดการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่โครงสร้างรัฐและอำนาจที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

อำนาจไม่ควรจบแค่คูหาเลือกตั้ง

หัวหน้าพรรคเป็นธรรมกล่าวว่า พรรคยึดถือรากฐานทางความคิดประชาธิปไตยจากผู้นำทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย ทั้ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) และ นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งล้วนยืนยันหลักการว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน
พร้อมเน้นย้ำว่า การใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของอำนาจประชาชน

“อำนาจของประชาชนต้องถูกออกแบบให้ดำรงอยู่ต่อเนื่องในระบบการเมือง ผ่านรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ไม่ใช่หายไปหลังหย่อนบัตร” ดร.ปิติพงศ์ กล่าว

กาง 3 เสาหลักปฏิรูปการเมือง 

พรรคเป็นธรรมประกาศจุดยืนชัดเจนในการปฏิรูปการเมืองเชิงโครงสร้าง ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่

1.รื้ออำนาจนอกระบบ ยุติการสืบทอดอำนาจจากคณะรัฐประหาร และปฏิรูปองค์กรอิสระที่ลดทอนเสียงของประชาชน

2.ถอนบทบาทกองทัพออกจากการเมือง ยืนยันว่าการเมืองต้องเป็นพื้นที่ของพลเรือน ไม่ใช่กลไกของอำนาจนอกระบบ

3.สร้างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยพรรคเป็นธรรมประกาศ “เห็นชอบ 100%” กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยประชาชน เพื่อให้กติกาสูงสุดของประเทศมีความชอบธรรมและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

พลิกโฉมการศึกษา“เรียนฟรีต้องกินได้”

ในด้านนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต พรรคเป็นธรรมเสนอนิยามใหม่ของระบบการศึกษา ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีฟรี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” โดยชี้ว่า การศึกษาฟรีที่ไม่เชื่อมโยงกับตลาดแรงงานและคุณภาพชีวิต ไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้จริง

ดร.ปิติพงศ์ ระบุว่า การศึกษาต้องนำไปสู่การมีงานทำ รายได้ที่เพียงพอ และการยกระดับชีวิตตามมาตรฐานสากล ไม่ใช่เพียงการผลิตบัณฑิตที่ตกงานหรือถูกกดค่าจ้าง

แก้ปัญหาชายแดนใต้มุมมองใหม่

สำหรับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พรรคเป็นธรรมเสนอแนวคิด “เศรษฐกิจนำการเมืองและความมั่นคง” ลดการพึ่งพามาตรการด้านความมั่นคงที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ พร้อมผลักดันการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่

ขณะที่ประเด็นสิ่งแวดล้อม พรรคย้ำว่า ต้องไม่เป็นเพียงนโยบายเฉพาะด้าน แต่ต้องถูกผนวกเป็น “แกนหลัก” ของกฎหมายทุกฉบับ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนในระยะยาว

“ทำเป็น ทำจริง และทำได้” 

ดร.ปิติพงศ์ ทิ้งท้ายว่า นโยบายทั้งหมดของพรรคเป็นธรรมถูกออกแบบจากข้อเรียกร้องของภาคประชาชน และตั้งอยู่บนความเป็นไปได้เชิงปฏิบัติ ภายใต้คำมั่น “ทำเป็น ทำจริง และทำได้”

พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกำหนดทิศทางประเทศในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยย้ำว่า “พรรคเป็นธรรม Party List บัตรสีชมพู เบอร์ 45”