

KEY
POINTS
ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนแรงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ พรรคเป็นธรรมเปิดตัวนโยบายและวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการ โดย ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ขึ้นเวทีแสดงจุดยืนทางการเมืองในงาน “Festival กป.อพช. Kick Off” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางการเข้าร่วมของเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 20 เครือข่าย
ดร.ปิติพงศ์ ยืนยันว่า พรรคเป็นธรรมก่อตั้งขึ้นบนหลักคิดสำคัญว่า “ประชาชนต้องเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องเป็นธรรม” โดยเห็นว่าปัญหาหลักของประเทศไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ได้อยู่ที่การขาดการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่โครงสร้างรัฐและอำนาจที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
อำนาจไม่ควรจบแค่คูหาเลือกตั้ง
หัวหน้าพรรคเป็นธรรมกล่าวว่า พรรคยึดถือรากฐานทางความคิดประชาธิปไตยจากผู้นำทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย ทั้ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) และ นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งล้วนยืนยันหลักการว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน
พร้อมเน้นย้ำว่า การใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของอำนาจประชาชน
“อำนาจของประชาชนต้องถูกออกแบบให้ดำรงอยู่ต่อเนื่องในระบบการเมือง ผ่านรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ไม่ใช่หายไปหลังหย่อนบัตร” ดร.ปิติพงศ์ กล่าว
กาง 3 เสาหลักปฏิรูปการเมือง
พรรคเป็นธรรมประกาศจุดยืนชัดเจนในการปฏิรูปการเมืองเชิงโครงสร้าง ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
1.รื้ออำนาจนอกระบบ ยุติการสืบทอดอำนาจจากคณะรัฐประหาร และปฏิรูปองค์กรอิสระที่ลดทอนเสียงของประชาชน
2.ถอนบทบาทกองทัพออกจากการเมือง ยืนยันว่าการเมืองต้องเป็นพื้นที่ของพลเรือน ไม่ใช่กลไกของอำนาจนอกระบบ
3.สร้างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยพรรคเป็นธรรมประกาศ “เห็นชอบ 100%” กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยประชาชน เพื่อให้กติกาสูงสุดของประเทศมีความชอบธรรมและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
พลิกโฉมการศึกษา“เรียนฟรีต้องกินได้”
ในด้านนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต พรรคเป็นธรรมเสนอนิยามใหม่ของระบบการศึกษา ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีฟรี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” โดยชี้ว่า การศึกษาฟรีที่ไม่เชื่อมโยงกับตลาดแรงงานและคุณภาพชีวิต ไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้จริง
ดร.ปิติพงศ์ ระบุว่า การศึกษาต้องนำไปสู่การมีงานทำ รายได้ที่เพียงพอ และการยกระดับชีวิตตามมาตรฐานสากล ไม่ใช่เพียงการผลิตบัณฑิตที่ตกงานหรือถูกกดค่าจ้าง
แก้ปัญหาชายแดนใต้มุมมองใหม่
สำหรับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พรรคเป็นธรรมเสนอแนวคิด “เศรษฐกิจนำการเมืองและความมั่นคง” ลดการพึ่งพามาตรการด้านความมั่นคงที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ พร้อมผลักดันการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่
ขณะที่ประเด็นสิ่งแวดล้อม พรรคย้ำว่า ต้องไม่เป็นเพียงนโยบายเฉพาะด้าน แต่ต้องถูกผนวกเป็น “แกนหลัก” ของกฎหมายทุกฉบับ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนในระยะยาว
“ทำเป็น ทำจริง และทำได้”
ดร.ปิติพงศ์ ทิ้งท้ายว่า นโยบายทั้งหมดของพรรคเป็นธรรมถูกออกแบบจากข้อเรียกร้องของภาคประชาชน และตั้งอยู่บนความเป็นไปได้เชิงปฏิบัติ ภายใต้คำมั่น “ทำเป็น ทำจริง และทำได้”
พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกำหนดทิศทางประเทศในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยย้ำว่า “พรรคเป็นธรรม Party List บัตรสีชมพู เบอร์ 45”