thansettakij
ศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องปม MOA “ณัฐพงษ์-อนุทิน”

ศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องปม MOA “ณัฐพงษ์-อนุทิน”

04 ก.พ. 2569 | 04:39 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.พ. 2569 | 04:48 น.

ศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง พ.อ.รัฐเขต ปม MOA “ณัฐพงษ์-อนุทิน” ขัดรัฐธรรมนูญและจริยธรรมร้ายแรง เหตุผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่น

KEY

POINTS

  • ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOA) ที่ถูกกล่าวหาว่าขัดรัฐธรรมนูญ
  • ศาลชี้ว่า ผู้ร้องไม่ใช่ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ หรือ เสรีภาพโดยตรงจากการกระทำดังกล่าว และคำร้องไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • ข้อกล่าวหาของผู้ร้อง เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว และในประเด็นอื่น ๆ รัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการและผู้มีสิทธิร้องไว้เป็นการเฉพาะแล้ว

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องที่ พันเอกรัฐเขต แจ้งจำรัส ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีกล่าวอ้างว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOA (Memorandum of Agreement) เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ซึ่งขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา 

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่า ผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครอง อันเกิดจากการกระทำของผู้ถูกร้องแต่อย่างใด โดยข้อกล่าวอ้างเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้อง ในฐานะประชาชนเกี่ยวกับปัญหาของบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเท่านั้น 

ทั้งนี้ คำร้องไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดให้ผู้ร้องต้องเป็นผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ หรือ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยตรง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 

ส่วนที่ผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการประพฤติมิชอบหรือฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้สมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 รวมถึงอ้างว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 มาตรา 144 มาตรา 164 และมาตรา 185 รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น 

ศาลเห็นว่า เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการและผู้มีสิทธิร้องไว้เป็นการเฉพาะ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา