thansettakij
ศาลปกครองกลางยกฟ้องคดีกกต.เปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขต

ศาลปกครองกลางยกฟ้องคดีกกต.เปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขต

03 ก.พ. 2569 | 09:45 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 11:26 น.

ศาลปกครองกลางยกฟ้องอาจารย์ มธ. ชี้ กกต.เปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขตถูกกฎหมาย มี 3 ช่องทาง ผู้ฟ้องหยุดใช้สิทธิเอง

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฟ้อง กกต. กรณีเปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพียง 3 วัน
  • ผู้ฟ้องอ้างว่า ระยะเวลาลงทะเบียนสั้นเกินไป และระบบออนไลน์ล่ม ทำให้ตนเสียสิทธิในการออกเสียง
  • ศาลชี้ว่า กกต.ดำเนินการตามกรอบกฎหมาย มีช่องทางลงทะเบียน 3 ช่องทาง และผู้ฟ้องยังมีเวลาเหลือแต่ไม่ได้พยายามใช้ช่องทางอื่น

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ น.ส.อุษณีษ์ ปฐพีศรีกิจส เลิศรัตนานนท์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงาน กกต. กรณีอ้างว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการกำหนดให้มีการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตเพียง 3 วัน ส่งผลให้ระบบล่มและทำให้ตนเสียสิทธิในการออกเสียง

คดีนี้ ผู้ฟ้องระบุว่า กกต. กำหนดวันลงทะเบียนประชามตินอกเขตระหว่างวันที่ 3–5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้น กระชั้นชิด และอยู่ในช่วงหลังวันหยุดยาว อีกทั้งระบบลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ตไม่สามารถรองรับการใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก 

รวมถึงการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ทำให้แม้ตนจะสามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ไม่สามารถลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตได้ จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งให้ กกต. เปิดให้มีการลงทะเบียนเพิ่มเติม 

ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการของ กกต. เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยอ้างอิงมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งกำหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเลือกตั้งทั่วไป  

เมื่อคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 กกต. จึงมีอำนาจและหน้าที่ต้องกำหนดวันยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตในช่วงวันที่ 3–5 มกราคม 2569 รวมถึงการยื่นคำขอผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ศาลยังระบุว่า ผู้ฟ้องคดียอมรับว่าได้รับทราบประกาศของ กกต. เรื่องกำหนดวันและเวลาการยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตแล้ว และ กกต. ได้จัดให้มีช่องทางในการยื่นคำขอถึง 3 ช่องทาง ได้แก่

1.ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น

2.ยื่นคำขอทางไปรษณีย์

3.ยื่นคำขอผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 

โดยเปิดให้ดำเนินการได้จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย 

จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า น.ส.อุษณีษ์ ได้ยื่นคำขอผ่านระบบอินเทอร์เน็ตครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 15.42 น. ซึ่งยังเหลือเวลาในการยื่นคำขออีกกว่า 8 ชั่วโมง แต่ไม่ได้พยายามยื่นคำขอซ้ำหรือใช้ช่องทางอื่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด 

ศาลจึงเห็นว่า การที่ผู้ฟ้องกล่าวอ้างว่า ไม่สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตได้ เนื่องจาก กกต. กำหนดระยะเวลาน้อยเกินไป ประกอบกับการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึงนั้น ไม่อาจรับฟังได้ เนื่องจาก กกต. ได้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายครบถ้วน และผู้ฟ้องเป็นฝ่ายยุติการใช้สิทธิของตนเอง

พิพากษาว่า การกระทำของ กกต. เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำสั่ง ยกฟ้อง