

KEY
POINTS
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กองทัพอากาศ (ทอ.) จัดงานเปิดโครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การบรรจุนายทหารสัญญาบัตรหญิง เหล่านักบิน ภายใต้แนวคิด Next Generation Air Power “ผู้หญิงก็เป็นนักบินได้” ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ โดยมี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธี
ภายในงานมีการยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัยแก่ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ และ ร้อยโท กรวิชญ์ เจนคิด นักบินกองทัพอากาศ 2 นาย ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบิน AT-6TH (Wolverine) ตกในพื้นที่บ้านห้วยม่วงใต้ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา
ผบ.ทอ.ชี้“ความพร้อมรบ”คือผลผลิตสูงสุด
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวตอนหนึ่งว่า ผลผลิตที่สำคัญที่สุดของกองทัพอากาศ คือ ความพร้อมในการป้องกันประเทศ โดยกองทัพต้องฝึกบินเฉลี่ยวันละประมาณ 1,000 ชั่วโมง หรือราว 12,000 ชั่วโมงต่อเดือน เพื่อสร้างความพร้อมทั้งภารกิจการรบ และภารกิจที่ไม่ใช่การรบ
การสูญเสียนักบินเป็นความสูญเสียที่ทุกคนตระหนักดี แต่เป็นความเสี่ยงที่นักบินยอมรับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่อาชีพ เพราะทุกเที่ยวบินมีความเสี่ยง ซึ่งเป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ประเทศมีความพร้อมรบ อธิปไตยและความอยู่รอดของชาติไม่สามารถเตรียมได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยการผลิตนักบินหนึ่งคนให้พร้อมรบต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี และใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาท
เปิดรับสมัครนักบินหญิง
ผอ.ทอ.เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการเปิดรับสมัคร นักบินหญิง ว่า เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวหลายเหตุการณ์ โดยครั้งหนึ่งระหว่างการฝึกคอบร้าโกลด์ ได้พบว่า นักบินหญิงจากต่างประเทศ ทำหน้าที่นำหมู่บินและบริหารจัดการภารกิจทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ จนสร้างความประทับใจอย่างยิ่ง
อีกเหตุการณ์คือ การสนทนากับผู้บัญชาการทหารอากาศของประเทศมิตรประเทศแห่งหนึ่ง ซึ่งแม้จะมีโครงสร้างสังคมแบบชนชั้น แต่กลับมีนักบินขับไล่หญิงมานานแล้ว เมื่อถามถึงเหตุผล ได้รับคำตอบว่า
“ทำไมคุณถึงปล่อยให้คนอีกครึ่งหนึ่งของประชากรประเทศนี้ไม่มีโอกาส” ซึ่งเป็นคำตอบสั้น ๆ แต่ทำให้เข้าใจทันที
ผบ.ทอ.ยังเล่าถึงชีวิตส่วนตัวว่า เติบโตมาในครอบครัวทหารอากาศ และสูญเสียบิดาตั้งแต่วัยเด็ก โดยผู้ที่เลี้ยงดูลูกทั้ง 4 คนจนประสบความสำเร็จ คือ มารดา ทำให้เชื่อมั่นว่า หากผู้หญิงหนึ่งคนสามารถเลี้ยงลูกให้เติบโตและก้าวสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศได้ สุภาพสตรีก็สามารถทำได้ทุกบทบาท หากได้รับโอกาสที่เหมาะสม
ผู้หญิงตอบโจทย์กองทัพยุคใหม่
พล.อ.อ.เสกสรร ระบุว่า ภัยคุกคามและเทคโนโลยีการทหารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากยุคเครื่องบินระบบแมนนวลสู่ยุคดิจิทัลและอัตโนมัติ ซึ่งทักษะบางด้านเหมาะสมกับสุภาพสตรีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งกองทัพอากาศมีนักบิน UAV หญิงที่กองบิน 3 ได้รับใบรับรอง และปฏิบัติภารกิจจริงแล้ว
“สิ่งที่กองทัพอากาศทำ ไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง หรือเพื่อภาพลักษณ์ แต่คือการสร้าง Ecosystem ของทหารหญิง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพ” ผบ.ทอ.กล่าว พร้อมย้ำว่า กองทัพอากาศไม่ต้องการสงคราม แต่ สันติภาพต้องมาพร้อมความพร้อมรบ
รับสมัครก.พ.นี้คัดเข้มมาตรฐานผู้ชาย
ด้าน พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า การเปิดรับสมัครนักบินหญิงเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารอากาศ เปิดโอกาสให้ข้าราชการสัญญาบัตรหญิง ภายใต้หลักความเสมอภาคทางเพศ มาตรฐานเดียวกัน ความปลอดภัย และความพร้อมในการป้องกันประเทศ
การรับสมัครเปิดตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยเดือนมีนาคมจะเป็นกระบวนการคัดเลือกหลายขั้นตอน ทั้งการสอบวิชาการและสมรรถภาพทางร่างกาย ใช้มาตรฐานเดียวกับนักบินชาย ปีแรกรับจำนวน 4 คน ปีถัดไปไม่เกิน 4 คน ดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี และหากไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์ในปีใด ปีนั้นจะไม่มีการรับเพิ่ม
สำหรับโอกาสในการเป็นนักบินขับไล่ หรือ ขับเครื่องบินรบ โฆษก ทอ. ย้ำว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับขีดความสามารถและสมรรถนะ หากผ่านมาตรฐาน ก็สามารถเลือกเส้นทางนักบินรบได้เช่นเดียวกับผู้ชาย
ทั้งนี้ นายทหารสัญญาบัตรหญิง สังกัดกองทัพอากาศ หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่สนใจสมัครคัดเลือกเข้าเป็นศิษย์การบินกองทัพอากาศ รุ่นที่ 159 สามารถสมัครได้ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์
และ person.rtaf.mi.th โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร