สปสช. ไฟเขียวครอบครัวทหารเกณฑ์ สิทธิบัตรทอง รักษา รพ.สังกัดกองทัพได้

07 ม.ค. 2569 | 04:50 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ม.ค. 2569 | 04:50 น.

ข่าวดี มติบอร์ดสปสช. ดูแลสิทธิรักษาพยาบาลกำลังพล ทหาร-ตำรวจ-ทหารเกณฑ์-ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศให้ได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายสิทธิบัตรทองให้ครอบครัวทหารเกณฑ์ใช้สิทธิรักษาที่ รพ.ของกองทัพได้

KEY

POINTS

  • บอร์ด สปสช. อนุมัติให้ครอบครัวของทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ที่มีสิทธิบัตรทอง สามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลในสังกัดกองทัพได้
  • ครอบครัวทหารเกณฑ์สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้จนกว่าทหารจะปลดประจำการ
  • นโยบายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ

7 มกราคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ว่า จากการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญเรื่องการดูแลสวัสดิการรักษาพยาบาลของกำลังพล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหารเกณฑ์ และครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะกรณีเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา

ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางเชิงนโยบายเพื่อให้กำลังพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐกลุ่มดังกล่าวได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม พร้อมมีมติให้ดำเนินการทันทีเพื่อสร้างระบบการดูแลที่เป็นธรรมและเสริมขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ
โดยมติสำคัญจากที่ประชุม ดังนี้

1. ดูแลสิทธิรักษาพยาบาลของกำลังพล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหารเกณฑ์ที่บาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้บุคคลเหล่านี้ยังคงได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลเช่นเดิมแม้ออกจากราชการซึ่งมี 2 แนวทางดำเนินการ คือ ให้กรมบัญชีกลางพิจารณาจัดสิทธิสวัสดิการข้าราชการต่อเนื่อง หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้ สปสช. จัดตั้ง "สิทธิบัตรทองเฉพาะกลุ่ม" สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดิม

2. ดูแลครอบครัวของทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ให้ครอบครัวที่ถือสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการสาธารณสุขที่สถานพยาบาลของกองทัพ เช่นเดียวกับบุตรที่เป็นทหารเกณฑ์ จนกว่าทหารจะปลดประจำการเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว

3. มอบหมายให้ สปสช. ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมบัญชีกลาง เพื่อปรับปรุงทะเบียนสิทธิรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมและชัดเจน รวมถึงพิจารณาความเป็นไปได้ในการให้สิทธิสวัสดิการต่อเนื่องสำหรับครอบครัวกรณีทหารเกณฑ์เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ

4. หากไม่สามารถดำเนินการในระบบสวัสดิการข้าราชการได้ ให้ สปสช. เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อมอบหมายให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการตามมาตรา 18 (14) ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการจัดตั้งสิทธิบัตรทองเฉพาะกลุ่มดังกล่าว พร้อมงบประมาณรองรับ

"การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่มีเจตนารมณ์ชัดเจนในการดูแลผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติและครอบครัวของพวกเขา

ขอย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. จะทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิดเพื่อให้กำลังพลและครอบครัวได้รับการดูแลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างทั่วถึง เป็นธรรมและยั่งยืน รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ" นายพัฒนา ระบุทิ้งท้าย