

KEY
POINTS
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพมหานคร มีการเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 37 นับตั้งแต่ถูกคุมขัง โดยปัจจุบัน นายทักษิณ อยู่ระหว่างการคุมขังมาแล้ว 4 เดือน 24 วัน และจะครบกำหนด 5 เดือน ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้
การเข้าเยี่ยมครั้งนี้ มี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต พร้อมด้วย น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลางของ นายทักษิณ เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางมาเยี่ยม โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางมาด้วย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงแรกไม่มีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน มีเพียงการทักทายและพูดคุยสั้น ๆ กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ ก่อนที่ทั้งหมดจะยิ้มและยกมือไหว้ จากนั้นจึงเดินเข้าไปยังพื้นที่ด้านในของเรือนจำ
ต่อมา ภายหลังการเข้าเยี่ยมเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.พินทองทา เปิดเผยว่า อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยของคุณพ่อก่อนหน้านี้ ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว หลังจากได้พักผ่อนอย่างเพียงพอภายในเรือนจำ
นอกจากนี้ น.ส.พินทองทา ยังกล่าวถึงการเข้ารับการอบรมภายในเรือนจำของ นายทักษิณ ว่า ทราบว่าเป็นคอร์สการทำอาหารระยะเวลา 10 วัน และไม่ได้มีเพียงการเรียนทำอาหารเท่านั้น แต่ยังมีการอบรมในหลายด้าน รวมถึงการเรียนวาดรูป ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้ผู้ต้องขัง ได้มีพัฒนาการด้านอารมณ์ และเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ นายทักษิณ ได้ฝากข้อความหรือข้อคิดใด ๆ ถึงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยหรือไม่ น.ส.พินทองทายิ้มรับก่อนตอบสั้น ๆ ว่า “ยังไม่มีค่ะ”
ขณะที่คำถามเกี่ยวกับกรณีในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่ง นายทักษิณอาจเข้าเกณฑ์การพิจารณาพักโทษทั่วไป ว่าทางเรือนจำกลางคลองเปรมได้มีการประสานขอเอกสารจากครอบครัว หรือครอบครัวได้ยื่นเอกสารใด ๆ ประกอบการพิจารณาหรือไม่ น.ส.พินทองทาปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว
ก่อนเดินทางกลับ น.ส.พินทองทา กล่าวขอบคุณกลุ่มคนเสื้อแดงและผู้ที่มารอให้กำลังใจ พร้อมยกมือไหว้ ก่อนขึ้นรถยนต์ส่วนตัวออกจากเรือนจำ