

KEY
POINTS
การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมุดหมายของการแสดงพลังประชาธิปไตยเท่านั้น
แต่ยังกลายเป็นกระจกสะท้อนความเปราะบางของระบบบริหารจัดการโดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ท่ามกลางงบประมาณมหาศาลกว่า 6,174 ล้านบาทที่ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า
เมื่อปรากฏภาพความโกลาหลและข้อผิดพลาดในระดับ "Human Error" กระจายไปทั่วประเทศ จนนำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า กกต. มีไว้ทำไม และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความสะเพร่าที่เกิดขึ้น
ในเชิงปริมาณ การเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนอย่างชัดเจน โดยมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิทั่วประเทศประมาณ 2.41 ล้านคน ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุดกว่า 8.4 แสนคน
พบว่ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตถึง 740,966 คน คิดเป็น 87.60% ขณะที่การใช้สิทธิในเขตสูงถึง 96.47%
จุดที่คึกคักที่สุดหนีไม่พ้น โครงการตะวันนาบางกะปิ ที่มีผู้มาใช้สิทธิเกินกว่า 5 หมื่นคน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และเขตลาดกระบัง
ขณะที่ในส่วนภูมิภาค จังหวัดบุรีรัมย์ รายงานผลการลงคะแนนใน 10 เขตเลือกตั้งว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมียอดผู้มาใช้สิทธิเฉลี่ยเกือบ 90%
เช่นเดียวกับ จังหวัดแพร่ ที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและราบรื่นทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง และ จังหวัดชลบุรี ที่มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิมากถึง 175,806 คน
อย่างไรก็ตาม ความเรียบร้อยในเชิงสถิติกลับสวนทางกับคุณภาพการจัดการในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็น "การจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด"
ซึ่ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ถึงขั้นระบุว่าเป็น "หายนะ Human Error" และสะท้อนถึงการไร้ความคิดในการออกแบบระบบที่ยกภาระให้ประชาชนต้องตรวจสอบเอง
ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจริงที่ปรากฏเป็นข่าวมีรายละเอียดดังนี้:
สมุทรปราการ: ที่โรงเรียนบางบ่อวิทยาคมและโรงเรียนสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ กปน. เขียนรหัสจังหวัดผิดพลาดเป็นจำนวนมาก เช่น เขียนรหัสจังหวัดเพชรบูรณ์เป็น 57 แทนที่จะเป็น 67
นอกจากนี้ยังมีการเขียนรหัสเขตผิด เช่น ผู้มีสิทธิเขต 9 แต่เจ้าหน้าที่เขียนเป็นเขต 8 แม้ประชาชนจะทักท้วงแต่เจ้าหน้าที่กลับยืนยันในความถูกต้องในช่วงแรก
นนทบุรี: พบปัญหาที่เทศบาลเมืองบางคูรัด เจ้าหน้าที่เขียนเลขเขตหน้าซองผิดยกชุด โดยเข้าใจผิดว่าต้องระบุเลขเขตที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้ง (เขต 8) แทนที่จะเป็นเขตภูมิลำเนาของผู้มีสิทธิ (เขต 6)
กรุงเทพมหานคร (บางบอน): เกิดกรณี "QR Code พ่นพิษ" เมื่อลิงก์ข้อมูลแนะนำผู้สมัครที่ กทม. จัดทำขึ้น กลับเชื่อมโยงไปยังข้อมูลการเลือกตั้งปี 2566 แทนที่จะเป็นปีปัจจุบัน สร้างความสับสนอย่างรุนแรงให้แก่ผู้มีสิทธิ
ข้อมูลผู้สมัครหายและข้อมูลเท็จ: ในพื้นที่ ชลบุรี, ลำปาง, เชียงราย และกาญจนบุรี พบว่าเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครบางราย โดยเฉพาะพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หายไปจากบอร์ดหน้าหน่วย หรือมีการนำธงชาติมาติดทับ
ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือเจ้าหน้าที่บางหน่วยให้ข้อมูลเท็จกับประชาชนว่าผู้สมัครบางราย "ถูกตัดสิทธิ" ทั้งที่ความจริงยังมีสิทธิครบถ้วน
เสียงสะท้อนจากสมรภูมิการเมือง ความบกพร่องเหล่านี้ปลุกให้เหล่านักการเมืองออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบอย่างดุเดือด
นายสามารถ แก้วมีชัย จากพรรคพลังประชารัฐ ตั้งคำถามว่าใครจะต้องรับผิดชอบต่อปัญหาทางกฎหมายที่ตามมา
ขณะที่ พรรคเพื่อไทย จี้ให้ กกต. จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสและยุติธรรม
ด้านพรรคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอย่าง พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต่างระบุว่าความผิดพลาดลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะทุกคะแนนเสียงมีพลัง
โดย นางสาวรักชนก ศรีนอก ถึงขั้นฟาดแรงว่า "ขอโทษไม่พอ ต้องลาออก" พร้อมตั้งคำถามว่า กกต. มีไว้ทำไม
หลังปิดหีบ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้แถลงสรุปปัญหา 5 ประเด็นหลัก พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนในความบกพร่องที่เกิดขึ้น โดยชี้แจงแนวทางการแก้ไขดังนี้:
การจ่าหน้าซองผิด: ยืนยันว่าไม่ส่งผลให้เป็นบัตรเสีย เพราะสามารถตรวจสอบได้จากรหัส 4 หลักและชื่อจังหวัดที่จ่าหน้าถึงประธานเขต โดยสั่งให้ กปน. ตรวจสอบซ้ำก่อนส่งมอบให้ไปรษณีย์
ข้อมูลผู้สมัครหาย: ยอมรับว่าเกิดจากความผิดพลาดในการจัดชุดเอกสารจากจังหวัดต้นทาง และได้สั่งแก้ไขทันทีระหว่างวัน
กรณีข่มขู่ประชาชน: ปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ถูกฝึกมาให้รับใช้ประชาชน และมองว่า กกต. ควรเป็นฝ่ายขอโทษมากกว่าข่มขู่
ข้อมูลจาก กกต. พบว่ามีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาร้องเรียนและต่อว่าในเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้า ผ่านสายด่วน 1444 จำนวนมาก จนสายแทบไหม้ ตลอดตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ จนถึงขณะนี้ เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจากปัญหาข้างต้น เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า ในวันเลือกตั้งจริง 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
กกต. จะต้องทำงานอย่างละเอียดรอบคอบมากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เจตจำนงของประชาชนต้องสูญเปล่าจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่