thansettakij
ชำแหละ สารพัดปัญหาเลือกตั้งล่วงหน้า 69 บทเรียนความผิดพลาด เขย่าศรัทธา กกต. 

ชำแหละ สารพัดปัญหาเลือกตั้งล่วงหน้า 69 บทเรียนความผิดพลาด เขย่าศรัทธา กกต. 

02 ก.พ. 2569 | 05:21 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.พ. 2569 | 05:38 น.

เปิดบันทึกความวุ่นวายเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. 69 เมื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งปะทะสารพัดรูรั่วจากเจ้าหน้าที่ ทั้งจ่าหน้าซองผิด-ชื่อหาย-QR Code ย้อนอดีต เจาะลึกรายพื้นที่พร้อมเสียงสะท้อนจากสมรภูมิการเมืองที่ กกต. ต้องเร่งสังคายนาให้ทันก่อนวันชี้ชะตา 8 ก.พ. นี้

KEY

POINTS

  • การเลือกตั้งล่วงหน้าเกิดปัญหาความผิดพลาดจากเจ้าหน้าที่ (Human Error) หลายรูปแบบทั่วประเทศ ทั้งการจ่าหน้าซองผิดเขต/จังหวัด, QR Code ข้อมูลผู้สมัครผิดพลาด, และเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครสูญหาย
  • ความบกพร่องที่เกิดขึ้นนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชนและพรรคการเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อการทำงานของ กกต. สั่นคลอนอย่างรุนแรง
  • กกต. ได้ออกมายอมรับความผิดพลาดและขอโทษประชาชน พร้อมชี้แจงแนวทางแก้ไข โดยยืนยันว่าบัตรที่จ่าหน้าซองผิดจะไม่กลายเป็นบัตรเสียและสามารถตรวจสอบเพื่อส่งไปยังเขตที่ถูกต้องได้

การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมุดหมายของการแสดงพลังประชาธิปไตยเท่านั้น

แต่ยังกลายเป็นกระจกสะท้อนความเปราะบางของระบบบริหารจัดการโดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ท่ามกลางงบประมาณมหาศาลกว่า 6,174 ล้านบาทที่ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า

เมื่อปรากฏภาพความโกลาหลและข้อผิดพลาดในระดับ "Human Error" กระจายไปทั่วประเทศ จนนำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า กกต. มีไว้ทำไม และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความสะเพร่าที่เกิดขึ้น

พลังเงียบตื่นตัว: ยอดผู้ใช้สิทธิพุ่งสูงทุบสถิติ

ในเชิงปริมาณ การเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนอย่างชัดเจน โดยมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิทั่วประเทศประมาณ 2.41 ล้านคน ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุดกว่า 8.4 แสนคน

พบว่ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตถึง 740,966 คน คิดเป็น 87.60% ขณะที่การใช้สิทธิในเขตสูงถึง 96.47%

จุดที่คึกคักที่สุดหนีไม่พ้น โครงการตะวันนาบางกะปิ ที่มีผู้มาใช้สิทธิเกินกว่า 5 หมื่นคน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และเขตลาดกระบัง

ขณะที่ในส่วนภูมิภาค จังหวัดบุรีรัมย์ รายงานผลการลงคะแนนใน 10 เขตเลือกตั้งว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมียอดผู้มาใช้สิทธิเฉลี่ยเกือบ 90% 

เช่นเดียวกับ จังหวัดแพร่ ที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและราบรื่นทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง และ จังหวัดชลบุรี ที่มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิมากถึง 175,806 คน

วิกฤตความเชื่อมั่น: สารพัดปัญหาหน้าหน่วย

อย่างไรก็ตาม ความเรียบร้อยในเชิงสถิติกลับสวนทางกับคุณภาพการจัดการในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็น "การจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด" 

ซึ่ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ถึงขั้นระบุว่าเป็น "หายนะ Human Error" และสะท้อนถึงการไร้ความคิดในการออกแบบระบบที่ยกภาระให้ประชาชนต้องตรวจสอบเอง

ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจริงที่ปรากฏเป็นข่าวมีรายละเอียดดังนี้:

สมุทรปราการ: ที่โรงเรียนบางบ่อวิทยาคมและโรงเรียนสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ กปน. เขียนรหัสจังหวัดผิดพลาดเป็นจำนวนมาก เช่น เขียนรหัสจังหวัดเพชรบูรณ์เป็น 57 แทนที่จะเป็น 67

นอกจากนี้ยังมีการเขียนรหัสเขตผิด เช่น ผู้มีสิทธิเขต 9 แต่เจ้าหน้าที่เขียนเป็นเขต 8 แม้ประชาชนจะทักท้วงแต่เจ้าหน้าที่กลับยืนยันในความถูกต้องในช่วงแรก

นนทบุรี: พบปัญหาที่เทศบาลเมืองบางคูรัด เจ้าหน้าที่เขียนเลขเขตหน้าซองผิดยกชุด โดยเข้าใจผิดว่าต้องระบุเลขเขตที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้ง (เขต 8) แทนที่จะเป็นเขตภูมิลำเนาของผู้มีสิทธิ (เขต 6)

กรุงเทพมหานคร (บางบอน): เกิดกรณี "QR Code พ่นพิษ" เมื่อลิงก์ข้อมูลแนะนำผู้สมัครที่ กทม. จัดทำขึ้น กลับเชื่อมโยงไปยังข้อมูลการเลือกตั้งปี 2566 แทนที่จะเป็นปีปัจจุบัน สร้างความสับสนอย่างรุนแรงให้แก่ผู้มีสิทธิ

ข้อมูลผู้สมัครหายและข้อมูลเท็จ: ในพื้นที่ ชลบุรี, ลำปาง, เชียงราย และกาญจนบุรี พบว่าเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครบางราย โดยเฉพาะพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หายไปจากบอร์ดหน้าหน่วย หรือมีการนำธงชาติมาติดทับ

ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือเจ้าหน้าที่บางหน่วยให้ข้อมูลเท็จกับประชาชนว่าผู้สมัครบางราย "ถูกตัดสิทธิ" ทั้งที่ความจริงยังมีสิทธิครบถ้วน

เสียงสะท้อนจากสมรภูมิการเมือง ความบกพร่องเหล่านี้ปลุกให้เหล่านักการเมืองออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบอย่างดุเดือด

นายสามารถ แก้วมีชัย จากพรรคพลังประชารัฐ ตั้งคำถามว่าใครจะต้องรับผิดชอบต่อปัญหาทางกฎหมายที่ตามมา

ขณะที่ พรรคเพื่อไทย จี้ให้ กกต. จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสและยุติธรรม

ด้านพรรคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอย่าง พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต่างระบุว่าความผิดพลาดลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะทุกคะแนนเสียงมีพลัง

โดย นางสาวรักชนก ศรีนอก ถึงขั้นฟาดแรงว่า "ขอโทษไม่พอ ต้องลาออก" พร้อมตั้งคำถามว่า กกต. มีไว้ทำไม

กกต. น้อมรับความผิดพลาด-กางแผนแก้เกม

หลังปิดหีบ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้แถลงสรุปปัญหา 5 ประเด็นหลัก พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนในความบกพร่องที่เกิดขึ้น โดยชี้แจงแนวทางการแก้ไขดังนี้:

การจ่าหน้าซองผิด: ยืนยันว่าไม่ส่งผลให้เป็นบัตรเสีย เพราะสามารถตรวจสอบได้จากรหัส 4 หลักและชื่อจังหวัดที่จ่าหน้าถึงประธานเขต โดยสั่งให้ กปน. ตรวจสอบซ้ำก่อนส่งมอบให้ไปรษณีย์

ข้อมูลผู้สมัครหาย: ยอมรับว่าเกิดจากความผิดพลาดในการจัดชุดเอกสารจากจังหวัดต้นทาง และได้สั่งแก้ไขทันทีระหว่างวัน

กรณีข่มขู่ประชาชน: ปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ถูกฝึกมาให้รับใช้ประชาชน และมองว่า กกต. ควรเป็นฝ่ายขอโทษมากกว่าข่มขู่ 

สายด่วน กกต. โทร 1444 แทบไหม้

ข้อมูลจาก กกต. พบว่ามีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาร้องเรียนและต่อว่าในเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้า ผ่านสายด่วน 1444 จำนวนมาก จนสายแทบไหม้ ตลอดตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ จนถึงขณะนี้ เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจากปัญหาข้างต้น เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า ในวันเลือกตั้งจริง 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

กกต. จะต้องทำงานอย่างละเอียดรอบคอบมากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เจตจำนงของประชาชนต้องสูญเปล่าจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่