thansettakij
พรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมยกเครื่องการศึกษาไทย ปักธง 3 กระทรวง 'ศธ.-อว.-ดิจิทัล'

พรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมยกเครื่องการศึกษาไทย ปักธง 3 กระทรวง 'ศธ.-อว.-ดิจิทัล'

26 ม.ค. 2569 | 23:10 น.

สัมภาษณ์พิเศษ ดร.เอ้ - สุชัชวีร์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เปิดนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ประกาศชัดไม่จุดกระแสด้วยความเกลียดชัง พร้อมยกเครื่องการศึกษา เรียนฟรี ยกหนี้กยศ. กรุงเทพปลอดภัย แก้วิกฤตจมทะเล

KEY

POINTS

  • สัมภาษณ์พิเศษ ดร.เอ้ - สุชัชวีร์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เปิดนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ประกาศชัดไม่จุดกระแสด้วยความเกลียดชัง 
  • ชูนโยบายปฏิรูปการศึกษา "3 เลิก 3 ให้" โดยจะให้เรียนฟรีจริงจนถึงระดับปริญญาเอกในสาขาที่ประเทศต้องการ และผลักดันให้บรรจุในรัฐธรรมนูญ
  • เสนอยกเลิกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทั้งหมด 100% ให้กับผู้กู้ยืมประมาณ 5 ล้านคน เพื่อปลดภาระให้คนรุ่นใหม่
  • ผลักดันการแก้ปัญหาวิกฤตกรุงเทพฯ และภาคกลางจมทะเล โดยเสนอให้สร้างแนวป้องกันน้ำทะเลหนุนแบบถาวรเพื่อป้องกันความเสียหายในระยะยาว

โค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้ง ก่อนหย่อนบัตร 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลายพรรคการเมืองทยอยปล่อยหมัดเด็ดนโยบายหาเสียง หนึ่งในนั้นคือ พรรคไทยก้าวใหม่ เป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองหน้าใหม่ที่เตรียมความพร้อมด้านนโยบายไว้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องนโยบายด้านการยกเครื่องระบบการศึกษาไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของพรรคที่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุด

ฐานเศรษฐกิจ และผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจทำเนียบรัฐบาล มีโอกาสสัมภาษณ์ ดร.เอ้ - สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งประกาศจุดยืนว่า พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคมืออาชีพ ที่จะไม่ขอจุดกระแสด้วยความเกลียดชังเพื่อหวังผลคะแนนเสียง แต่จะสู้ด้วยนโยบายที่กลั่นกรองมาจากความรู้ ความเชี่ยวชาญ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อแก้ปัญหาที่รากเหง้าของประเทศ

3 เลิก 3 ให้ เปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาไทย

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า พรรคมีนโยบาย “3 เลิก 3 ให้” ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาไทย โดย 3 เลิก ประกอบด้วย

1.เลิกการใช้งบประมาณต่อหัวเด็ก เพราะโรงเรียนเล็กที่มีเด็ก 10 คนได้งบไม่พอจ้างครู จะเปลี่ยนเป็นการจัดสรรตามความจำเป็น

2.เลิกงานธุรการที่ฝากครู โดยจะนำระบบบัญชีออนไลน์เข้ามาช่วยและเพิ่มพนักงานธุรการ เพื่อให้ครูมีหน้าที่สอนหนังสืออย่างเดียว

3.เลิกวิทยฐานะที่ไร้ประโยชน์ จะพิสูจน์จากผลลัพธ์การสอนจริง

ส่วน 3 ให้ ประกอบด้วย

1.ให้เรียนฟรีจริงถึงปริญญาเอก โดยจะบรรจุในรัฐธรรมนูญให้ฟรีทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง

2.ให้เด็กไทยมีสุขภาพแข็งแรง ด้วยอาหารเช้า อาหารกลางวัน และนมเพิ่ม 3 เท่า

3.ให้เงินสนับสนุนการศึกษาโดยตรงแก่ผู้ปกครองปีละ 5,000 บาทผ่านระบบโอนตรง เพื่อลดช่องว่างการคอร์รัปชันในระบบราชการ

“นโยบายเหล่านี้ทำได้จริงเพราะจำนวนเด็กลดลงอย่างมาก จากรุ่นเดียวกับตนที่เกิดปีละล้านคน ปัจจุบันเกิดเพียง 300,000 กว่าคนต่อปี งบประมาณต่อหัวเด็กเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าโดยธรรมชาติ ปัญหาการศึกษาไทยไม่ได้อยู่ที่ครูหรือโรงเรียน แต่อยู่ที่การบริหารจัดการของผู้บริหาร” ดร.สุชัชวีร์ อธิบาย

การศึกษายาแก้จน-เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ดร.สุชัชวีร์ ขยายความแต่ละประเด็นว่า พรรคไทยก้าวใหม่เห็นปัญหารากลึกการศึกษาไทย ที่จำเป็นต้องปฏิรูปการศึกษาไทยครั้งใหญ่ โดยมองว่า การศึกษาคือยาแก้จน และเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช่แค่สวัสดิการหรือภาระของรัฐบาล และเป็นพื้นฐานเดียวที่จะช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากวงจรความเหลื่อมล้ำ

โดยเสนอนโยบายการศึกษาด้วยหลักการ "เรียนฟรีถึงปริญญาเอก" ในสาขาที่ตลาดแรงงานและประเทศต้องการ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี AI และพลังงานใหม่

"ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 3.5 หมื่นบาท หากมีเด็กหนึ่งล้านคนจะใช้เงินงบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท งบประมาณเพื่อการสร้างคนนี้ถือว่าน้อยกว่างบของกรมทางหลวงที่มีถึง 1.3 แสนล้านบาท หรือต่างกันถึงสี่เท่า นโยบายนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การให้เรียนฟรี แต่ยังรวมถึงระบบจ้างเรียนเพื่อจูงใจให้คนเข้าสู่การศึกษาระดับสูงมากขึ้น โดยรัฐจะมีการสนับสนุนเงินเดือนให้ผู้เรียนเพื่อให้สามารถแข่งขันกับรายได้ในตลาดแรงงานด้วย" ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ทั้งนี้เมื่อรัฐเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายจะทำให้กำหนดทิศทางของสาขาวิชาให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนผู้เรียนระดับปริญญาโทและเอกเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด และจะผลักดันเรื่องเรียนฟรีระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญว่าต้องเรียนฟรีจริงทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง ซึ่งระบบเรียนฟรีนี้ จะทำให้เด็กไทยรุ่นใหม่ไม่ต้องเป็นหนี้ กยส. อีกต่อไป เพราะรัฐเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทางการศึกษาให้ทั้งหมด

ยกเลิกหนี้กองทุนกยศ. 100% 

สำหรับนโยบายด้านกองทุนกยศ. พรรคตั้งนโยบาย ยกเลิกหนี้ กยศ. 100% ให้กับผู้กู้เงินประมาณ 5 ล้านคน โดยการดำเนินการต้องไม่ยึดติดหรือมีทิฐิกับนโยบายเดิม ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเด็กไทย โดยวงเงินหนี้ที่เสนอให้ยกเลิกทั้งหมดเป็นงบประมาณที่จ่ายออกไปนานแล้ว การยกเลิกหนี้ครั้งนี้จึงไม่ใช่การหาเงินก้อนใหม่มาใช้จ่ายแต่เป็นการบริหารจัดการหนี้ในระบบเดิมให้หมดไป 

"ในปัจจุบันจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดน้อยลงทำให้รัฐสามารถดูแลค่าใช้จ่ายทางการศึกษาให้ฟรีได้จริงโดยไม่ต้องกู้ กองทุน กยศ. จะยังคงอยู่แต่เปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่เป็นเงินสนับสนุนหรือทุนการศึกษาในสาขาที่พิเศษแทน ระบบการศึกษาใหม่จะไม่มีการให้กู้เพื่อนำเงินมาคืนแต่จะใช้เงินกองทุนเพื่อเพิ่มโอกาสเรียนในสิ่งที่รัฐกำหนด" ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

นโยบายนี้จะช่วยลดจุดอ่อนที่มหาวิทยาลัยมักเปิดสาขาวิชาอะไรก็ได้เพียงเพื่อต้องการดึงเด็กให้มากู้เงินเรียน และรัฐบาลจะใช้การสนับสนุนการเงินเป็นแต้มต่อในการกำหนดสาขาวิชาที่สำคัญเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน

เพิ่มนมโรงเรียน 3 เท่า ช่วยโภชนาการเด็กไทย

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า นอกจากการเรียนแล้ว ที่ผ่านมาพบว่า เด็กไทยยังขาดโอกาสในการพัฒนาด้านการศึกษาและการดูแลที่มีคุณภาพอีกมาก ล่าสุดจากการลงพื้นที่พบปัญหาใหญ่เกี่ยวกับนมโรงเรียนและโภชนาการของเด็กไทย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการและส่วนสูงของเด็ก เพราะปัจจุบันคนไทยกินนมเฉลี่ยสัปดาห์ละไม่ถึง 2 กล่อง ขณะที่ญี่ปุ่นกิน 40-50 ลิตรต่อปี อเมริกากิน 100-200 ลิตรต่อปี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เด็กไทยเตี้ยกว่าปกติ

พรรคไทยก้าวใหม่ จึงเสนอนโยบายเพิ่มนมโรงเรียน 3 เท่า จากกล่องเดียวเป็น 3 กล่องต่อวัน และขยายถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 พร้อมเพิ่มมาตรฐานอาหารกลางวันและเพิ่มอาหารเช้าด้วย การทำเช่นนี้จะช่วยเกษตรกรล้านคนที่ต้องทิ้งนมเพราะแข่งกับนมนำเข้าไม่ได้ และยังเป็นการสร้างอนาคตที่ดีให้เด็กไทยด้วย

วิกฤตกรุงเทพฯจมทะเล ภัยคุกคามที่ต้องแก้ด่วน

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องการศึกษาแล้ว หนึ่งในวาระสำคัญที่พรรคจะผลักดันคือการป้องกันกรุงเทพฯและภาคกลางจมทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่า กรุงเทพฯจะจมแน่นอน 100% หากไม่มีการแก้ไข

"ตามผลการศึกษา ภายในปี 2580 กรุงเทพฯจะจมทะเล ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัว แค่เมื่อเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนที่ผ่านมา น้ำก็ทะลักแล้ว ซึ่งปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่กรุงเทพฯจม แต่จังหวัดรอบข้างอย่างอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี จะประสบปัญหาน้ำท่วมครึ่งปีเพราะน้ำระบายลงทะเลไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำทะเลจะหนุนขึ้นมาถึงอ่างทอง ทำให้น้ำประปาที่สูบจากแม่น้ำเค็มจนกินไม่ได้” ดร.สุชัชวีร์ ระบุ

ทั้งนี้พรรคไทยก้าวใหม่ จึงเสนอแก้ไขโดยสร้างแนวป้องกันน้ำทะเลหนุน เช่นเดียวกับที่จาการ์ตา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ที่ทำสำเร็จมาแล้ว โดยจะออกพันธบัตรโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนลงทุน ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าการฝากธนาคาร พร้อมกับสร้างงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปพร้อมกัน

ลงทุนข้อมูล-โครงสร้างพื้นฐาน-เทคโนโลยี

พร้อมกันนี้พรรคไทยก้าวใหม่ ยังมีวิสัยทัศน์เศรษฐกิจคนไทยมาก่อนด้วยการลงทุน 3 เรื่องหลัก

1. ลงทุนข้อมูล พัฒนาระบบราชการอิเล็กทรอนิกส์ ให้ประชาชนใช้บัตรประชาชนใบเดียวทำทุกอย่างได้ ทั้งรักษาพยาบาล ขอเอกสารราชการ ซึ่งจะสร้างงานในอุตสาหกรรมดิจิทัลหลายแสนตำแหน่ง

2. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมภาคต่างๆ รวมถึงรถไฟสู่ภาคใต้ที่จะทะลุจากสตูลไปสิงคโปร์ ผ่านกระบี่ ภูเก็ต พังงา ชุมพร เพื่อดึงนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้

3. ลงทุนเทคโนโลยีใหม่ อาทิ Data Center, AI Technology พร้อมกองทุน Startup 100,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ศูนย์ซ่อมรถไฟความเร็วสูง โอกาสทองของภาคอีสาน

หนึ่งในนโยบายที่น่าสนใจคือการสร้างศูนย์ซ่อมรถไฟความเร็วสูงในภาคอีสาน โดยเฉพาะโคราช เนื่องจากรถไฟไทย-จีนที่กำลังก่อสร้างจะต้องมีศูนย์ซ่อมบำรุง

"เด็กอาชีวะสิงคโปร์ที่ซ่อมเครื่องบินมีเงินเดือน 60,000 บาท ขณะที่เด็กอาชีวะไทยซ่อมมอเตอร์ไซค์ได้เงินน้อยมาก หากมีศูนย์ซ่อมรถไฟความเร็วสูงในอีสาน จะยกระดับอาชีวะทั้งภาคและสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่" ดร.สุชัชวีร์ ยกตัวอย่าง

นอกจากนี้ยังมีนโยบายค่าไฟฟ้าถูกลงเหลือ 2-3 บาทต่อหน่วย ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ให้บ้านฟรี โดยเอกชนลงทุนและค่อย ๆ เก็บคืนจากค่าไฟที่ประหยัดได้
ไม่จุดกระแสเกลียดชัง แต่สู้ด้วยนโยบายจริง

ดร.สุชัชวีร์ ประกาศชัดเจนว่าพรรคไทยก้าวใหม่จะไม่ทำการเมืองแบบเดิมที่สร้างความขัดแย้งและความเกลียดชัง "เราเห็นการเมืองแบบนี้มา 20 ปี เราไม่ชอบ พรรคไทยก้าวใหม่จะไม่จุดกระแสด้วยความเกลียดชัง แต่จะจุดกระแสด้วยอันตรายจริงๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญ" 

อย่างไรก็ตามหากได้เป็นรัฐบาล พรรคมีเป้าหมายชัดเจนคือ หากไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องการดูแลหน่วยงานสำคัญ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมทั้งเสนอให้มีโครงสร้างรองนายกฝ่ายทุนมนุษย์ (Human Capital Development) เช่นเดียวกับสิงคโปร์และประเทศพัฒนาแล้ว

"เราทำเต็มที่แล้ว ผลเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับประชาชน แต่เราไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง อยากเห็นประเทศนี้มันดีจริงๆ" ดร.สุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้าย