KEY
POINTS
วันที่ 17 มกราคม 2569 เนชั่น กรุ๊ป ประเดิมเปิดเวทีดีเบตครั้งยิ่งใหญ่ในงาน "NATION DEBATE 2569 : จุดเปลี่ยนประเทศไทย" เพื่อเป็นพื้นที่ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์ชี้ชะตาอนาคตประเทศ
ซึ่งจัดขึ้นเพื่อประชันวิสัยทัศน์แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในประเด็นการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ตัวแทนพรรคการเมืองหลายพรรคได้นำเสนอนโยบายและแนวทางจัดการปัญหาดังกล่าว โดยมีจุดร่วมคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบทางการเมือง
การดีเบตรอบแรกเป็นการประชันระหว่าง ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทยก้าวใหม่ และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย ภายใต้คำถามเดียวกันว่า พรรคมีนโยบายปราบคอร์รัปชันอย่างไร และจะดำเนินการอย่างไรหากพบว่ามีบุคคลในพรรคหรือรัฐบาลเกี่ยวข้องกับการทุจริต
พรรคไทยก้าวใหม่ให้ความสำคัญกับ “การเมืองสร้างสรรค์”
ดร.สุชัชวีร์ ระบุว่า พรรคไทยก้าวใหม่ให้ความสำคัญกับ “การเมืองสร้างสรรค์” และการคัดเลือกบุคลากรที่ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย โดยยืนยันว่าหากตรวจสอบพบการทุจริตและพิสูจน์ได้ จะต้องปลดออกจากตำแหน่งและดำเนินคดีทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเสนอแนวคิดเปลี่ยนผ่านสู่ “รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์” ภายใน 1 ปี เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของบุคคลและป้องกันคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ยังเสนอการใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัลในการจัดการปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารที่ดิน ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนไหวต่อการทุจริต พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการปลูกฝังวินัยและความซื่อสัตย์ตั้งแต่วัยเด็ก
พรรคเพื่อไทย ปราบคอร์รัปชันต้องดำเนินการเชิงระบบ
ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน จากพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การปราบคอร์รัปชันต้องดำเนินการเชิงระบบ โดยหากมีคนในพรรคหรือรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้อง จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พรรคเพื่อไทยเสนอการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ผ่านนโยบาย Cloud First และระบบ E-Approval ที่ยึดหลักเกณฑ์แทนดุลยพินิจของบุคคล เพื่อลดช่องว่างในการเรียกรับผลประโยชน์
พรรคเพื่อไทยยังเสนอการบูรณาการข้อมูลจากทุกกระทรวงเข้าสู่แพลตฟอร์มเดียว เปิดข้อมูลภาครัฐ (Open Data) ให้ภาคประชาชนและกลุ่ม Startup เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ พร้อมพัฒนาระบบติดตามคอร์รัปชันและการตรวจสอบผู้ถือครองผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership) เพื่อสกัดทุนเทาและการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ขณะที่ตัวแทนพรรคอื่น ๆ บนเวทีได้สะท้อนมุมมองเพิ่มเติม พรรคประชาชนชี้ว่าประเทศไทยมีเครื่องมือและเทคโนโลยีพร้อมแล้ว แต่ยังขาด “เจตจำนงทางการเมือง” โดยเห็นว่ามาตรฐานจริยธรรมของนักการเมืองควรสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ยกระดับความโปร่งใสในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และใช้เทคโนโลยีตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ