
'ธาม-ชลัฐ รัชกิจประการ’ กางยุทธศาสตร์ภูมิใจไทย ทวงคืนภาคใต้ที่หายไป 30 ปี
เปิดใจ "ธาม-ชลัฐ รัชกิจประการ" กับภารกิจพรรคภูมิใจไทย ยกระดับภาคใต้ผ่าน "Strategic Voting" ทลายกับดักงบประมาณ และโมเดลจัดการขยะภูเก็ต ทวงคืนความยิ่งใหญ่ที่หายไปกว่า 30 ปี
KEY
POINTS
- ชูยุทธศาสตร์ “Strategic Voting” หรือการเลือกเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้คนใต้เลือกพรรคฝั่งรัฐบาล สามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลังมา 30 ปี
- กางแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ผ่านโมเดล ‘3 คลัสเตอร์’ ได้แก่ สามเหลี่ยมอันดามัน (ท่องเที่ยว), เส้นทางอ่าวไทย (โลจิสติกส์) และสามเหลี่ยมใต้สุด (เศรษฐกิจนำการทหาร)
- เสนอแนวทางแก้ปัญหาขยะและน้ำเสียจาก Over Tourism โดยการปลดล็อกกฎหมายให้ท้องถิ่นสามารถลงทุนโรงไฟฟ้าขยะและจัดการข้ามจังหวัดได้เอง
ในแวดวงการเมืองภาคใต้ ชื่อของ “ธาม-ชลัฐ รัชกิจประการ” ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6 พรรคภูมิใจไทย บุตรชาย ของ "พิพัฒน์-นที รัชกิจประการ" อาจไม่ใช่ชื่อที่ปรากฏหน้ากล้องบ่อยนักแม้ว่าจะเคยเป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทยเมื่อการเลือกตั้งปี 2566 เพราะเป็นคนชอบอยู่เบื้องหลังการวางกลยุทธ์มากกว่าการออกสื่อ
แต่การเลือกตั้ง 2569 ครั้งนี้ ชลัฐคือคนรุ่นใหม่ในตระกูลดัง ที่ถูกปลูกฝังปรับวิธีคิดในการออกสื่อ และกล้าออกมานำเสนอมุมมองเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้คำว่า "ผมใช้เวลา 6 ปีในการทำใจที่จะมีตัวตนทางการเมือง"
ด้วยปูมหลังการทำงานในสายวาณิชธนกิจ (Investment Banking) IB มากว่า 2 ปี และแผนชีวิตที่เคยวางไว้ว่าจะทำ Private Equity ต่อไปจนถึงการสร้าง Fund ของตัวเอง
ชลัฐเปิดใจโดยใช้คำแบบตรงไปตรงมาว่า ถูก "ลาก" เข้าสู่ระบบการเมือง เพราะต้องการเข้ามาช่วยจัดระเบียบการทำงานให้คุณพ่อ (พิพัฒน์ รัชกิจประการ) ที่ห่างเหินการบริหารงานราชการมานานกว่า 16 ปี
"จากความตั้งใจเดิมที่ผมจะอยู่เพียง 6 เดือน กลับใช้เวลากว่า 6 ปีในการเรียนรู้ระบบและทำใจที่จะมีตัวตนทางการเมือง เพื่อพิสูจน์ว่านโยบายที่พูดแล้วทำต้องมีฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งรองรับ"
ยุทธศาสตร์ Strategic Voting: ทวงคืน 30 ปีที่หายไป
จากการลงพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งกำลังจะครบทุกจังหวัด ชลัฐสะท้อนภาพความล้าหลังของโครงสร้างพื้นฐานที่คนใต้ต้องเผชิญมาตลอด 30 ปี โดยเฉพาะเรื่องถนนที่ในขณะที่ภาคเหนือและอีสานขยับไปเป็น 8-10 เลน แต่ภาคใต้ยังติดอยู่ที่ 4 เลน และการเชื่อมต่อระหว่างฝั่งอันดามันกับอ่าวไทยยังเป็นอุปสรรคใหญ่
"ผมเล่าจากประสบการณ์ตรงที่ผมต้องขับรถข้ามจังหวัดตามคำสั่งของคุณแม่ (นาที รัชกิจประการ) จนเข้าใจถึงความลำบากของเส้นทางเชื่อมต่อเหล่านี้"
หัวใจสำคัญที่เขาเสนอคือ “Strategic Voting” หรือการเลือกเชิงยุทธศาสตร์
เขาตั้งคำถามว่าในอดีตคนใต้เลือกด้วยอุดมการณ์จนต้องตกเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งส่งผลให้การดึงงบประมาณมาพัฒนา Infrastructure ล้มเหลว "หากไม่เลือกรัฐบาล งบประมาณก็มาถึงยาก" นี่คือความจริงที่เขาต้องการสื่อสาร เพื่อให้คนใต้หันมาเลือกพรรคที่พร้อมเข้าไปต่อรองงบประมาณเพื่อสร้าง "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก" ให้กลับมาเป็นความจริงอีกครั้ง
เปิดโมเดล ‘3 คลัสเตอร์เศรษฐกิจ’ เชื่อมโลก
ชลัฐกางแผนที่ภาคใต้ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเศรษฐกิจที่จับต้องได้:
- สามเหลี่ยมอันดามัน (ภูเก็ต-พังงา-กระบี่): มุ่งเน้นการท่องเที่ยวแบบ High Value และการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน
- เส้นทางอ่าวไทย (ภูเก็ต-สมุย-นครศรีธรรมราช): ชูโครงการสะพานเชื่อมเกาะสมุย-ขนอม เพื่อพัฒนาพื้นที่ขนอม-สิชล ให้เป็น High Service Hub แห่งใหม่,
- สามเหลี่ยมใต้สุด (สงขลา-สตูล-ปัตตานี): ใช้เศรษฐกิจนำการทหาร โดยเฉพาะการผลักดันรถไฟรางคู่เข้าสู่ 3 จังหวัดชายแดน เพื่อสร้างงานและลดความรุนแรง เช่นเดียวกับโมเดลการพัฒนาพัทลุงในปี 2562 ที่ความขัดแย้งลดลงเมื่อเศรษฐกิจบูม
ผ่าทางตัน ‘ขยะ-น้ำเสีย’ ปลดล็อกกฎหมายท้องถิ่น
ปัญหา Over Tourism ในภูเก็ตคือ Pain Point ที่ชลัฐกังวลมากที่สุด เขาเล่าถึงภาพบ่อขยะขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ข้างวิวทะเลสวยงาม โดยภูเก็ตมีขยะเพิ่มขึ้นถึงปีละ 4 แสนตัน ขณะที่หาดใหญ่มีขยะน้ำท่วมค้างสะสมกว่า 2 แสนตัน
เขาเสนอทางออกด้วยการ ปลดล็อกกฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถลงทุนโรงไฟฟ้าขยะได้เองโดยไม่ต้องรอส่วนกลาง และสร้างระบบจัดการขยะข้ามจังหวัด เช่น การส่งขยะจากพังงาไปกำจัดที่กระบี่ที่มีศักยภาพรองรับ เพื่อแก้ปัญหา Garbage Shortage ในบางพื้นที่และ Over Supply ในบางพื้นที่อย่างยั่งยืน







