KEY
POINTS
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายเจษฎา เลิศธนสาร ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ถึงการประเมินจำนวนที่นั่ง สส. ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงว่า ยังไม่สามารถตอบเป็นตัวเลขได้ เนื่องจากผลสำรวจเชิงวิทยาศาสตร์ยังมีความเป็นไปได้หลายทาง อีกทั้ง สส.บัญชีรายชื่อและ สส.เขตเลือกตั้ง บางครั้งก็ไม่สัมพันธ์กันอย่างที่หลายคนเข้าใจ
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่หาเสียงในหลายจังหวัด โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา ที่เดินสายถึง 4 จังหวัดในภาค ตะวันออก ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี มีผู้มาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก ทำให้เชื่อมั่นว่าภาพรวมกระแสของพรรคดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เดิมทีหลายคนอาจมองว่าฐานคะแนนหลักของประชาธิปัตย์อยู่ที่ภาคใต้ แต่ขณะนี้พบว่าในกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก รวมถึงจังหวัดอื่นอย่างสุโขทัย ก็มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่สะท้อนว่าจะหันกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
เมื่อถามถึงการประเมินจำนวน สส.กรุงเทพมหานคร จากกระแสตอบรับที่คึกคัก นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า หากเปรียบเทียบในเชิงปฏิกิริยาของประชาชน ถือว่าดีกว่าการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่าจะสะท้อนออกมาเป็นจำนวนที่นั่ง สส. มากน้อยเพียงใด
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเปิดนโยบายแจกเงินล้านทุกวัน วันละ 9 คน ในช่วงโค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ แสดงความเห็นว่า หากจะทำก็คงสามารถทำได้ในเชิงเทคนิค แต่ประเด็นสำคัญคือ เหตุผลเชิงนโยบายสาธารณะและประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศจะได้รับ
“ถ้าคำนวณคร่าว ๆ วันละ 9 ล้านบาท ตลอด 1 ปี ก็ประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท ผมคิดว่าถ้าเอาเงินก้อนนี้ไปให้คนจำนวนมาก นำไปพัฒนาทักษะ เพิ่มศักยภาพแรงงาน จะเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจมากกว่า การทำให้มีคนรวยแบบเฉียบพลันวันละ 9 คน ในมุมของเศรษฐกิจภาพรวม ความยั่งยืน และความเป็นธรรม ผมยังไม่เห็นว่านโยบายนี้จะตอบโจทย์” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงนโยบายหรือ “หมัดเด็ด” ของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงโค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคยังมีประเด็นสำคัญที่จะสื่อสารกับประชาชนเพิ่มเติม ทั้งในเชิงนโยบายและแนวทางการเมือง แต่ขอเก็บไว้ก่อน ยังไม่เปิดเผยในขณะนี้
สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ประกาศชัดเจนว่าจะจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคใดหลังการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า ควรไปสอบถามพรรคเพื่อไทยโดยตรง พร้อมระบุว่า จากการปราศรัยที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยสื่อสารชัดว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง
ส่วนการปราศรัยของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งมีการโจมตีพรรคประชาชนเป็นหลัก แต่ใช้ท่าทีถ้อยทีถ้อยอาศัยกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด และเป็นสิทธิ์และทางเลือกของพรรคเพื่อไทย
ท้ายสุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีการปราศรัยที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีการพูดเชิงแซวว่า “แก่แล้วอย่ามาหลอก” ว่า ยอมรับว่าตนเคยปราศรัยที่ชลบุรีหลายครั้ง มีประชาชนมาร่วมฟังอย่างล้นหลาม แต่สุดท้ายแพ้การเลือกตั้ง จึงเป็นการพูดแซวประชาชนในพื้นที่เท่านั้น