วันที่ 17 มกราคม 2569 ณ สนามกีฬาเวสน์ 1 เนชั่นทีวีจัดเวที "Nation Election DEBATE : จุดเปลี่ยนประเทศไทย" แสดงวิสัยทัศน์ประชันนโยบาย โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วม 8 พรรค ซึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจในการดีเบทวันนี้ คือ เงื่อนไขในการเข้าร่วม - ไม่เข้าร่วมรัฐบาลเลือกตั้ง 2569
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน เผยว่า เงื่อนไขในการเข้าร่วม-ไม่เข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาชน เราจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมอย่างแน่นอน และจะไม่มีสส.จากพรรคไปโหวตให้คุณอนุทินหรือแคนดิเดตของพรรคภูมิใจไทยอีกต่อไป
"เราอยากให้ประชาชนภูมิใจในชาติ ชาติที่ทุกคนเท่าเทียม ไม่ใช่เฉพาะคนมีสี มีเส้น มีส่วย อยากสร้างประเทศไทยให้เป็นของทุกคน"
ส่วนทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยประกาศว่าจะไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรม เผยว่า เงื่อนไขเหมือนเดิม การทุจริตทุนเทา การสร้างความแตกแยก หรือการถูกครอบงำโดยคนที่ไม่ควรจะมีอำนาจทางการเมือง เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน
"ไม่ได้สร้างเงื่อนไขเพื่อความแตกแยก แต่สร้างเงื่อนไขเพื่อเป็นหลักประกันและความปลอดภัยสำหรับผู้เลือก ถ้าผมเป็นแกนนำ ขอให้มั่นใจได้ แต่ถ้าผมเป็นตัวแปร เลือกผมเข้าไปเป็นกำลัง ผมจะทำให้เงื่อนไขเหล่านี้มันเป็นจริง ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้สร้างความแตกแยกเลย"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน ถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยกมือโหวตให้พรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ย้อนตอบกลับไปว่า พรรคประชาชนประกาศว่าจะไม่ยกมือโหวตให้นายอนุทิน ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ เพราะแปลว่ายังมีสิทธิร่วมกับพรรคภูมิใจไทยได้ ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีเงื่อนไขในการจะไม่ยกมือให้กับนายอนุทิน
ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ถามคำถามกลับไปยังแคนดิเดตนายกฯจากพรรคประชาชน โดยถามว่า สรุปแล้วพรรคประชาชนร่วมกับนายอนุทินได้ใช่หรือไม่ ซึ่งนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าพรรคประชาชนมีเสียงสส.มากพอที่จะกำกับทิศทางพรรคร่วมรัฐบาลได้จริง ตั้งรัฐบาลประชาชนได้จริง สามารถกำหนดว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งอะไร ใครจะมาเป็นรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ เงื่อนไขตรงนี้ยังเปิด
ขณะที่ตัวแทนพรรคการเมืองอีก 6 พรรคที่ร่วมดีเบทในครั้งนี้ ได้เสนอเงื่อนไขในการเข้าร่วม-ไม่เข้าร่วม โดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยก้าวใหม่ เผยว่า "เราอยากทำการเมืองให้สร้างสรรค์ ทุกพรรคมีดี อยากให้ทุกพรรคสามัคคีแก้วิกฤติไปด้วยกัน เราอยากทำงานร่วมทุกพรรค แต่ข้อแม้สั้นๆเราอยากทำงานกับคนดี บริสุทธิ์ ไม่มีประวัติด่างพร้อยและต้องเป็นมืออาชีพ เราพร้อมเราเต็มใจทำงาน เราตั้งใจมาทำงาน ประเทศไทยรอไม่ได้"
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชาติ เผยว่า "จะไม่ร่วมกับคนโกง คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ใช้อำนาจโดยมิชอบ และคนที่ไม่แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัด หากเจอแบบนี้เราจะยอมเป็นฝ่ายค้าน"
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคโอกาสใหม่ เผยว่า "เราจะไม่ร่วมกับพรรคที่ก้าวล่วงสถาบัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่พี่น้องประชาชนที่จะเลือกเราเข้าไป ถ้าพรรคใดมีปัญหาเราก็ไม่ยุ่งด้วย"
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติ เผยว่า "พรรคไม่มีประเด็นเรื่องการแยกซ้าย-ขวา สิ่งที่พรรคสู้อยู่คือ ทุนพลังงาน จะทำอย่างไรให้ค่าไฟถูก ประเทศไทยมีไฟฟ้าสะอาด นำไปสู่นวัตกรรมใหม่ ตอนนี้เราย่ำอยู่กับที่มานานแล้วเพราะไม่มีพลังงานสะอาดเข้า จะเปิดเสรีโซลาร์ ให้เข้าถึงพลังงานสะอาด แก็สราคาถูกลง ไฟราคาถูก พรรคก็ทำมาแล้ว ผมไม่มีเงื่อนไขทำให้การเมืองแตกแยก
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย เผยว่า พรรคมีเจตจำนงว่าจะสร้างการเมืองสุจริต และเท่าที่ฟังจากทุกพรรคที่มาร่วมงานในวันนี้คือ จะไม่ร่วมกับคนโกง
"เรามาเอาเวทีเนชั่น สร้างประวัติศาสตร์กันดีไหม ในเมื่อเราเห็นตรงกันว่าเรารังเกียจคนโกง เรามาร่วมกันให้คำมั่นสัญญา เป็นสัญญาประชาคม โดยทุกพรรคกับประชาชน ว่าเราจะไม่โกง และจะเอาเรื่องของการโกง เป็นวาระแห่งชาติ และทำสัญญาประชาคมในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ให้สิทธิประชาชน 5 หมื่นรายชื่อ มาถอดถอนพวกเรา ถ้าพวกเราโกง และถอดถอนองค์กรอิสระรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญถ้าโกง"
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เผยว่า "ทุกวันนี้ ใครเทาไม่เทายังไงพรรคเพื่อไทยก็ไม่อยากร่วมอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญที่จะเน้นย้ำคือ ฟังเสียงประชาชน เพราะประชาชนรู้ว่าใครเทาไม่เทา เมื่อประชาชนเลือกแล้ว ใครสามารถที่จะนำส่งนโยบายเดียวกับเพื่อไทย หากเราได้จัดตั้งรัฐบาล ประเทศไทยจะไปข้างหน้า เป็นประเทศที่ลดความขัดแย้ง เป็นประเทศที่ไปยืนกับประชาคมโลกแล้วเราไม่เขิล สิ่งๆนี้ทำได้ก็คือต้องยกเครื่องประเทศไทย และเพื่อไทยทำได้"
ที่มาภาพ