KEY
POINTS
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 05 Special เรื่อง “เลือกตั้ง 2569 ใครเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสายตาของประชาชน” สะท้อนภาพสนามเลือกตั้งที่ยังเปิดกว้าง และการแข่งขันยังไม่ตกผลึก โดยคะแนนนิยมของตัวเลือกผู้นำทางการเมืองยังคงสูสี ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่พบ “ตัวเลือกที่ใช่” ในการแก้ปัญหาประเทศ
รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll ระบุว่า การทำโพลครั้งนี้ยึดหลัก “เป็นกลาง เป็นจริง และเป็นประโยชน์” ออกแบบตามมาตรฐานวิชาการ เพื่อสะท้อนเสียงประชาชนอย่างรอบด้าน ไม่มุ่งชี้นำทางการเมือง แต่ทำหน้าที่เป็นฐานความรู้สำหรับสาธารณชน พรรคการเมือง และนักวิชาการ ในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชน
การสำรวจจัดทำระหว่างวันที่ 8-11 มกราคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีข้อค้นพบสำคัญดังนี้
ประเด็นแรก ประชาชนกว่า 1 ใน 4 ยังไม่เห็นตัวเลือกผู้นำที่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง
ผลสำรวจพบว่า 26.2% ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี สะท้อน “ช่องว่างความเชื่อมั่น” ระหว่างประชาชนกับผู้นำทางการเมือง มากกว่าจะเป็นเพียงความลังเลส่วนบุคคล
ขณะที่ตัวเลือกที่ได้รับคะแนนนิยมรองลงมา ได้แก่
นายณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน 18.8%
นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย 16.9%
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 10.9%
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ 10.2%
ประเด็นที่สอง “คนยังไม่ตัดสินใจ” กระจายสูงในทุกเจเนอเรชัน
กลุ่ม Gen Y อายุ 28–43 ปี มีสัดส่วนยังไม่ตัดสินใจสูงสุดถึง 29.5%
รองลงมา คือ Gen X อายุ 44–59 ปี 25.9%
Gen Z อายุ 18–27 ปี และ Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 24.5% เท่ากัน
ผลลัพธ์นี้สะท้อนว่า ความไม่แน่ใจไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนรุ่นใหม่ แต่เกิดขึ้นในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะ Gen Y ซึ่งเป็นกำลังแรงงานหลักของประเทศ และมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจและการเมือง
ประเด็นที่สาม เลือกผู้นำตามเจเนอเรชัน คนรุ่นใหม่มองหาความเปลี่ยนแปลง คนรุ่นก่อนยึดประสบการณ์
เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า
Gen Z (33.8%) และ Gen Y (19.6%) เทคะแนนให้ นายณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ มากที่สุด
ขณะที่ Gen X (21.2%) และ Baby Boomer (20.4%) เลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นอันดับหนึ่ง
ภาพดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างด้านความคาดหวัง คนรุ่นใหม่มองหาผู้นำที่เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง มีความจริงใจ โปร่งใส และพร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลง ส่วนคนวัยทำงานและสูงวัยให้ความสำคัญกับความมั่นคง ประสบการณ์ และความสามารถในการบริหารจัดการประเทศ
บทสรุปจาก KPI Poll ระบุว่า การเลือกตั้ง 2569 ยังเป็น “สนามเปิด” อย่างแท้จริง
ชัยชนะจะไม่เกิดจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของพรรคการเมืองและผู้นำ ในการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะประชาชนจำนวนมากในทุกเจเนอเรชัน ยังไม่ปิดประตูการตัดสินใจ
กลุ่ม “ยังไม่เลือก” จึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจชี้ขาดผลการเลือกตั้ง โดยโจทย์ใหญ่ของพรรคการเมืองไม่ใช่การเลือกยืนข้างคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ต้องแสดงบทบาทผู้นำที่สามารถเชื่อมความหวังของคนรุ่นใหม่ เข้ากับความกังวลของคนรุ่นก่อน พร้อมสื่อสารด้วยเหตุผลและข้อมูล เพื่อเปลี่ยนความรู้สึก “ยังไม่แน่ใจ” ให้กลายเป็น “กล้าให้โอกาส” ในคูหาเลือกตั้ง