
เปิดเงินบริจาคพรรคการเมือง 'เพื่อไทย' วูบเหลือ 1 หมื่น 'ภูมิใจไทย' โกย 58 ล้าน
ศึกเลือกตั้ง 2569 กกต. เปิดยอดบริจาคพฤศจิกายน 2568 ทะลุ 82 ล้าน พบ "ภูมิใจไทย" ครองแชมป์กวาด 58 ล้าน ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น ขณะที่ "เพื่อไทย" ทำสถิติต่ำสุดรับเพียง 1 หมื่นบาท
KEY
POINTS
- กกต. เปิดเผยข้อมูลเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยพรรคภูมิใจไทยได้รับเงินบริจาคสูงสุดถึง 58 ล้านบาท
- พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ได้รับเงินบริจาคในเดือนเดียวกันเพียง 10,000 บาท ซึ่งเป็นยอดที่ต่ำอย่างน่าประหลาดใจ
- พรรคการเมืองที่ได้รับบริจาครองลงมาคือพรรคประชาธิปัตย์ 6.14 ล้านบาท และพรรคพลังประชารัฐ 4.64 ล้านบาท
วันที่ 21 ม.ค.69 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลสถานะการเงินของพรรคการเมืองไทยประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 พบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยมียอดเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 82,020,680.81 บาท จากผู้บริจาค 222 ราย กระจายไปใน 17 พรรคการเมือง
เปิดโผ 17 อันดับพรรคการเมือง มียอดบริจาคโดดเด่น (พ.ย. 2568)
จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด พบการจัดลำดับพรรคที่ได้รับเงินบริจาค (ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป) ดังนี้:
- พรรคภูมิใจไทย: 58,000,000 บาท (ผู้บริจาค 109 ราย)
- พรรคประชาธิปัตย์: 6,140,000 บาท (ผู้บริจาค 22 ราย)
- พรรคไทยก้าวใหม่: 5,400,000 บาท (ผู้บริจาค 2 ราย)
- พรรคพลังประชารัฐ: 4,645,000 บาท (ผู้บริจาค 1 ราย)
- พรรคเพื่อบ้านเมือง: 1,500,000 บาท (ผู้บริจาค 1 ราย)
- พรรคประชาชน: 1,509,300 บาท (เงินสด 1,486,500 บาท และประโยชน์อื่น 22,800 บาท จาก 56 ราย)
- พรรครวมไทยสร้างชาติ: 1,200,000 บาท (ผู้บริจาค 5 ราย)
- พรรคกล้าธรรม: 1,150,000 บาท (ผู้บริจาค 1 ราย)
- พรรคโอกาสใหม่: 1,125,000 บาท (เงินสด 1,000,000 บาท และทรัพย์สิน 125,000 บาท จาก 2 ราย)
- พรรคประชาชาติ: 370,000 บาท (ผู้บริจาค 4 ราย)
- พรรคปวงชนไทย: 344,630 บาท (เงินสด 324,630 บาท และประโยชน์อื่น 20,000 บาท จาก 2 ราย)
- พรรคไทยภักดี: 290,000 บาท (ผู้บริจาค 10 ราย)
- พรรคไทยรวมพลัง: 200,000 บาท (ผู้บริจาค 1 ราย)
- พรรคกล้า: 100,000 บาท (ผู้บริจาค 1 ราย)
- พรรคเศรษฐกิจ: 31,750.81 บาท (ผู้บริจาค 3 ราย)
- พรรคเพื่อไทย: 10,000 บาท (ผู้บริจาค 1 ราย)
- พรรคอนาคตไทย: 5,000 บาท (ผู้บริจาค 1 ราย)
วิเคราะห์เจาะลึก: โมเดลของภูมิใจไทย
ความสำเร็จของ พรรคภูมิใจไทย ในเดือนนี้มียอดเฉลี่ยต่อผู้บริจาคสูงถึงประมาณ 532,000 บาท ข้อมูลระบุว่าเป็นการระดมทุนจากภายในที่เข้มแข็งที่สุด
โดยมีกลุ่ม สส. และผู้บริหารพรรค เช่น นายไชยชนก ชิดชอบ และนายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นแกนหลักในการบริจาคอย่างเป็นระบบ ยุทธศาสตร์นี้ทำให้พรรคมีกระแสเงินสดหมุนเวียนที่มั่นคง แตกต่างจากพรรคขนาดกลางอื่นๆ
ปริศนา "เพื่อไทย" และความแกร่งของ "พรรคประชาชน"
แม้ พรรคเพื่อไทย จะมียอดบริจาคในเดือนพฤศจิกายนเพียง 10,000 บาท ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำอย่างน่าตกใจสำหรับพรรคแกนนำรัฐบาล แต่นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นเพียงการชะลอการระดมทุน เนื่องจากพรรคมีรูปแบบการรับบริจาคก้อนใหญ่จากตระกูลธุรกิจเป็นช่วงเวลา เช่น ตระกูล "จึงรุ่งเรืองกิจ" ที่เคยสนับสนุนสูงถึง 14 ล้านบาทในช่วงก่อนหน้า
ในขณะที่ พรรคประชาชน แม้มียอดบริจาครายเดือนไม่หวือหวา แต่กลับครองแชมป์ความมั่งคั่งในระยะยาวผ่าน "เงินอุดหนุนภาษี" โดยในปี 2567 พรรคสามารถคว้าเงินจากรัฐและภาษีประชาชนไปได้กว่า 52.49 ล้านบาท สะท้อนถึงฐานสนับสนุนจาก "ผู้เสียภาษีในระบบ" ที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์การเมืองอย่างสูง

