
“นิพนธ์”นำทีม รฟม.-อบจ.สงขลา ประกาศเดินหน้าโมโนเรลหาดใหญ่
“นิพนธ์” นำทีม รฟม.–อบจ.สงขลา แถลงความพร้อมโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่ ชูระยะแรก คลองหวะ-สถานีรถตู้ พร้อมขยายเฟส 2 เชื่อมสนามบิน ยกระดับขนส่ง แก้รถติด
KEY
POINTS
- นายนิพนธ์ บุญญามณี นำทีม รฟม. และ อบจ.สงขลา จัดประชุมแถลงการณ์ขับเคลื่อนโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลใน อ.หาดใหญ่
- อบจ.สงขลา ได้ส่งมอบผลการศึกษาโครงการอย่างเป็นทางการให้แก่ รฟม. เพื่อรับเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการต่อ
- รฟม. มีความพร้อมรับช่วงโครงการ โดยจะนำข้อมูลมาปรับปรุงและเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้ ครม. พิจารณา เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการในจังหวัดสงขลาได้
- โครงการมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและพัฒนาระบบขนส่งมวลชน โดยระยะแรกจะเริ่มจากสถานีคลองหวะ-สถานีรถตู้ และมีแผนขยายไปยังสนามบินหาดใหญ่
วันที่ 16 มกราคม 2569 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นำคณะผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ประชุมหารือและแถลงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง (Monorail) ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้ รฟม. เป็นผู้ดำเนินกิจการรถไฟฟ้า ณ ห้องประชุมอาคารศรีเกียรติพัฒน์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
การประชุมครั้งนี้มี นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. พร้อมด้วย นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการ รฟม. และ นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ร่วมรายงานความคืบหน้า กรอบกฎหมาย และทิศทางการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนในอนาคต ขณะที่ฝ่ายท้องถิ่น โดย นายฉัตรเพชร ครุอำโพธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้นำเสนอที่มาและผลการดำเนินงานของโครงการในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ดร.นครินทร์ สัทธรรมนุวงศ์ อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจร สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้นำเสนอผลการศึกษาโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่ ซึ่งครอบคลุมด้านเทคนิค การจราจร เศรษฐกิจ และผลกระทบต่อชุมชน พร้อมกันนี้ นายฉัตรเพชรได้มอบรายงานผลการศึกษาโครงการอย่างเป็นทางการให้แก่ผู้ว่าการ รฟม. เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการเดินหน้าโครงการในขั้นตอนถัดไป
นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า โครงการศึกษาความเหมาะสมระบบรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่ เป็นโครงการที่ตนริเริ่มและผลักดันมาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยเห็นถึงปัญหาการจราจรและการขยายตัวของเมืองหาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด และนำเสนอความจำเป็นของโครงการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จนมีคำสั่งให้ รฟม. เข้ามารับช่วงดำเนินการ
นายนิพนธ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันให้ รฟม. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการ เนื่องจากมีความพร้อมด้านบุคลากร กฎหมาย และประสบการณ์ด้านระบบราง โดยหากเริ่มก่อสร้างและเปิดให้บริการในระยะแรก เส้นทางช่วงสถานีคลองหวะ–สถานีรถตู้
และควบคู่ไปกับการศึกษาขยายโครงการระยะที่ 2 เพื่อเชื่อมต่อไปยังสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จะช่วยยกระดับระบบขนส่งมวลชนของเมือง แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
อดีต รมช.มหาดไทยยังระบุว่า แนวคิดการพัฒนาเมืองในอนาคต จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการเน้นขนส่งรถยนต์ มาเป็นการขนส่งคนเข้าสู่เมือง เพราะยิ่งมีรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ปัญหาการจราจรและสิ่งแวดล้อมจะยิ่งทวีความรุนแรง โดยเชื่อว่าโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่ จะสร้างประโยชน์ในหลายมิติ ทั้งการลงทุน การท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและภาคใต้ รวมถึงการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนให้มีความเป็นระบบและยั่งยืนในระยะยาว
ด้าน นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. มีความพร้อมในการรับช่วงดำเนินโครงการต่อจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เนื่องจาก อบจ.สงขลา ได้จัดทำการศึกษาความเหมาะสมและรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไว้แล้วอย่างครบถ้วน ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการเตรียมโครงการ จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลาศึกษาหลายปี
ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวเพิ่มเติมว่า รฟม. จะนำข้อมูลที่มีอยู่มาต่อยอด ปรับปรุงรายละเอียดบางส่วนให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานปัจจุบัน รวมถึงออกแบบสถานีและระบบอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับการใช้งานของประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมกันนี้ ได้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อเพิ่มจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งจะเสนอผ่านกระทรวงคมนาคม และนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป






