KEY
POINTS
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการซ้อมใหญ่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ควบคู่การออกเสียงประชามติ โดยจำลองสถานการณ์เสมือนจริง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
การซ้อมครั้งนี้มี นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมสังเกตการณ์ โดยมีพนักงานสำนักงาน กกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด วิทยากรจังหวัด และวิทยากรเขตเลือกตั้ง ร่วมสาธิตการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง วันออกเสียงประชามติ ไปจนถึงวันเลือกตั้งจริง เพื่อให้แนวทางการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากกฎหมาย ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวข้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และการเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน
สำหรับการจัดหน่วยเลือกตั้ง กกต.กำหนดให้มีทางเข้า-ออกทางเดียว ผู้มาใช้สิทธิทั้งเลือกตั้ง ส.ส.และออกเสียงประชามติ ต้องแสดงตนรับบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ก่อน จากนั้นจึงแสดงตนรับบัตรออกเสียงประชามติ และออกจากหน่วยตามเส้นทางที่กำหนด ขณะที่ประชาชนที่ประสงค์ออกเสียงประชามติเพียงอย่างเดียว สามารถใช้ช่องทาง fast track โดยมีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคอยอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอน
ในระหว่างการซ้อม ได้มีการจำลองสถานการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจริง เช่น กรณีผู้มีสิทธิไม่ประสงค์เลือกตั้ง ส.ส. แต่ต้องการออกเสียงประชามติอย่างเดียว ซึ่ง กกต.ชี้แจงว่า เพื่อให้การปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน ผู้มีสิทธิจำเป็นต้องไปแสดงตนเลือกตั้ง ส.ส.ก่อน จึงจะสามารถไปออกเสียงประชามติได้ หากประสงค์ออกเสียงประชามติเพียงอย่างเดียว กรรมการประจำหน่วยต้องบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันการร้องเรียนภายหลังว่าถูกปฏิเสธสิทธิ
กกต.ย้ำด้วยว่า การใช้สิทธิในวันดังกล่าวต้องมีการแสดงตน 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเพื่อรับบัตรเลือกตั้ง ส.ส. และครั้งที่สองเพื่อรับบัตรออกเสียงประชามติ
ส่วนกรณีผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักรไว้แล้ว แต่เปลี่ยนใจกลับมาใช้สิทธิในประเทศไทย จะไม่สามารถใช้สิทธิได้ ต้องแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิตามที่ลงทะเบียนไว้ พร้อมกำชับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้จัดคิวและตรวจสอบรายชื่ออย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแอบอ้าง โดยเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง
หากเกิดเหตุวุ่นวายในวันเลือกตั้ง เช่น การก่อกวน หรือทำลายบัตรลงคะแนน จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้ง 2 นาย คอยดูแลความปลอดภัย โดยผู้ทำลายบัตรหรือก่อกวนจะถูกดำเนินคดีอาญา และกรรมการประจำหน่วยต้องบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน
ขณะเดียวกัน กกต.เปิดให้สื่อมวลชน ประชาชน หรืออินฟูลเอนเซอร์ สามารถถ่ายทอดสดหรือรายงานบรรยากาศการใช้สิทธิได้ แต่ต้องอยู่นอกแนวกั้นของหน่วยเลือกตั้ง และห้ามถ่ายภาพหรือซูมให้เห็นการลงคะแนนของผู้มีสิทธิ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้การลงคะแนนเป็นความลับ