กกต.ไขข้อสงสัย “ผู้ช่วยหาเสียง”ขึ้นเวที-ดีเบตได้ แต่ห้ามมีรูปในป้ายหาเสียง

13 ม.ค. 2569 | 08:03 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ม.ค. 2569 | 09:04 น.

กกต.ตอบข้อหารือพรรคภูมิใจไทย 4 ประเด็น เผย“ผู้ช่วยหาเสียง” ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค ขึ้นเวทีดีเบต และกำหนดยุทธศาสตร์ได้ หากแจ้งรายละเอียดตามระเบียบ แต่นำภาพขึ้นป้ายหาเสียงไม่ได้

KEY

POINTS

  • กกต. อนุญาตให้ “ผู้ช่วยหาเสียง” ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค สามารถขึ้นเวทีปราศรัย และเข้าร่วมรายการดีเบตในนามพรรคได้
  • ห้ามนำรูปถ่ายของ “ผู้ช่วยหาเสียง” ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไปปรากฏบนป้ายหาเสียงเลือกตั้ง
  • การให้ผู้ช่วยหาเสียงขึ้นเวทีหรือดีเบต พรรคการเมืองจะต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคล หน้าที่ และค่าตอบแทนต่อ กกต. ให้ถูกต้องตามระเบียบ

วันที่ 13 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยผลการพิจารณาข้อหารือของพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับหลักปฏิบัติด้านการหาเสียงเลือกตั้ง โดยเฉพาะบทบาทของ “ผู้ช่วยหาเสียง” เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมือง โดย กกต.ได้นำประเด็นข้อหารือดังกล่าวเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมีความเห็นรวม 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

ประเด็นแรก กรณีการประกาศนโยบายด้านการบริหารงานบุคคล เพื่อคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์บริหารราชการแผ่นดินอย่างซื่อสัตย์สุจริต เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีการนำเสนอรายชื่อและภาพบุคคลผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้ง

สำนักงาน กกต.มีความเห็นว่า การประกาศนโยบายลักษณะดังกล่าว หากเป็นนโยบายของพรรคการเมือง สามารถกระทำได้ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

ส่วนการนำเสนอชื่อและภาพบุคคลผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ ต้องปฏิบัติตามข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. อย่างเคร่งครัด

 

ประเด็นที่สอง กรณีผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคภูมิใจไทย แม้จะมิได้เป็นสมาชิกพรรค แต่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายหาเสียง และเป็นผู้ที่มีความรู้รายละเอียดของนโยบายพรรคอย่างครบถ้วน สามารถขึ้นเวทีปราศรัยร่วมกับพรรคได้หรือไม่

สำนักงาน กกต.มีความเห็นว่า สามารถกระทำได้ โดยพรรคต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่ และค่าตอบแทนให้เป็นไปตามข้อ 4 และข้อ 14 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งนี้ ต้องไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ประเด็นที่สาม กรณีผู้ช่วยหาเสียงซึ่งมิได้เป็นสมาชิกพรรค สามารถนำรูปถ่ายไปปรากฏบนป้ายหาเสียงของพรรคได้หรือไม่

สำนักงาน กกต.มีความเห็นว่า ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวมิใช่ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็นไปตามข้อ 9 วรรคสอง ประกอบข้อ 6 วรรคสอง ของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้งและสถานที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2565

ประเด็นที่สี่ กรณีผู้ช่วยหาเสียงที่มิได้เป็นสมาชิกพรรค สามารถได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคให้ไปร่วมดีเบต หรือแสดงวิสัยทัศน์ในรายการต่าง ๆ ที่ได้รับเชิญได้หรือไม่

สำนักงาน กกต.มีความเห็นว่า สามารถกระทำได้ หากมีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่ และค่าตอบแทนให้เป็นไปตามข้อ 4 และข้อ 14 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงฯ และการร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ดังกล่าว ต้องไม่เป็นเวทีประชันนโยบายการบริหารประเทศสำหรับพรรคการเมือง ตามมาตรา 81 วรรคสอง ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงต้องเป็นไปตามข้อ 14 และข้อ 15 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.

ทั้งนี้ กกต.ย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดต้องไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งว่าด้วยการครอบงำ ชี้นำ หรือ แทรกแซงการบริหารกิจการของพรรคการเมืองโดยบุคคลภายนอก