KEY
POINTS
12 มกราคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมชี้แจงแนวทางขับเคลื่อนกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตย โดยมีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้งเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมในการเผยแพร่ขั้นตอนและกระบวนการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งในวันเดียวกัน อาทิ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 500 คน
นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงความสำคัญของการเลือกตั้งและการทำประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันเดียวกันว่า เป็นอีกวาระที่จะมีการเลือกตั้ง สส. และที่เพิ่มมาคือ การออกเสียงประชามติ สำหรับประเทศไทยซึ่งมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น มี 3 อำนาจ คือ นิติบัญญัติ ตุลาการ และรัฐสภา ที่ต้องมีการถ่วงดุลกัน โดยสส. มีอำนาจทางนิติบัญญัติในการเข้ามายกร่างกฎหมาย เป็นการใช้อำนาจโดยอ้อมของประชาชนที่มอบอำนาจให้ผ่านการเลือกตั้งตัวแทนของประชาชน
นั่นก็คือ การเลือกสส. ซึ่งประเทศไทยใช้ระบบรัฐสภา โดยสส.เลือกนายกฯ และรัฐบาล หากได้สส.ที่ดีก็จะได้ผู้บริหารที่ดีมาบริหารประเทศ การเลือกสส.เป็นรูปแบบที่ดีที่สุดของการเปลี่ยนแปลงอำนาจที่ดีที่สุดเป็นสันติวิธีไม่ต้องการปฎิวัติรัฐประหาร
บทบาทสำคัญประการที่สาม คือ การใช้อำนาจสส. ในระบบรัฐสภาที่จะมีการตั้งกระทู้ถามซึ่งเป็นการตรวจสอบ ให้อำนาจสส.ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ หากไม่มีเสถียรภาพก็ไม่สามารถที่จะอยู่ครบวาระ อยู่ได้ไม่นานเนื่องจากสภาเป็นใหญ่ มีการตรวจสอบ จึงเกิดการยุบสภาได้บ่อยครั้ง
ดังนั้น การยุบสภาจึงเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ดี ระบบรัฐสภาก็ใช่ว่าจะอยู่ยาวนานไป 4 ปี หลักการสากลระบุว่า จะต้องมีการกำหนดวาระแน่นอนในการดำรงตำแหน่งที่ชัดเจน คือต้องไม่เกิน 4 ปี ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ต้องคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อเลือกคนที่ดีกว่าเข้ามาบริหารประเทศ
นายวีระ รองเลธิการ กกต. กล่าวเน้นย้ำถึงหลักการณ์ว่า การปลูกฝังให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตยฯเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ เรื่องของบุคลากรที่จะมีครูอาจารย์ประจำหน่วย ดูแลหน่วยเลือกตั้ง หรือกรณีใช้สถานที่เป็นหน่วยเลือกตั้ง การปิดประกาศโฆษณาหาเสียง หรือ กำหนดประกาศของพรรคการเมือง เป็นต้น
ทั้งนี้ สำหรับการขออนุญาตในพื้นที่ของโรงเรียนนั้นให้ดูความเหมาะสมเป็นหลัก กรณีการหาเสียงทำได้นอกเวลาเรียน ข้อพึงระวัง คือ ครม. ระบุชัดเจนว่า ขรก.ต้องวางตัวเป็นกลาง ดังนั้น การช่วยหาเสียงต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการและต้องใช้เวลาหลังเลิกงาน กรณีกิจกรรมสามารถปรับได้ เช่น การจัดเวทีดีเบตโดยสามารถนำนักศึกษาร่วมเวทีดีเบตต่าง ๆ ได้ แต่ละพื้นที่ปรับรูปแบบได้เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ทั้งนี้ กกต.ตั้งเป้าจะสามารถรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งจากเดิมอยู่ที่ 75.7% ตั้งเป้าจะทำให้ถึง 80% ในครั้งนี้
ด้านนายสมใจ วิเศษทักษิณ หัวหน้าผู้ตรวจราชกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงบทบาทของสถานศึกษาและบุคลากรในสถาบันการศึกษาในการมีส่วนร่วมรณรงค์การเลือกตั้งสส.ในครั้งนี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งประวัติศาสตร์ มีการเลือกตั้ง สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ
ที่สำคัญในครั้งนี้มีการทำประชามติเข้ามาด้วย มีบัตร 3 ใบ ทำให้หน่วยงานในพื้นที่โดยหน่วยงานสถานศึกษามีความสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงและทำหน้าที่สื่อสารและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน รวมถึงผู้ปกครองนักเรียน และคนในชุมชนซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานสถานศึกษามีหน้าที่สำคัญมาต่อเนื่อง ต้องทำหน้าที่กระตุ้น ส่งเสริม ให้นักเรียนมีส่วนร่วม เรียนรู้ รณรงค์และเชิญชวนผู้ปกครองซึ่งจะเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับเยาวชนตั้งแต่เด็กที่จะโตต่อไปในอนาคต ขณะที่กลุ่มของนักศึกษาอาชีวะต่าง ๆ สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า
ทั้งนี้ ในส่วนนี้ กกต.ได้มีการจัดทำงบประมาณเพื่อลงไปที่สถานศึกษาเพื่อใช้ในการดำเนินการ ครอบคลุมสถานศึกษาประมาณ 34,000 โรง เฉลี่ยแห่งละ 5,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพร้อมโอน ผ่าน สพฐ.ไปที่เขต หน่วยงานอาชีวะไปที่วิทยาลัย ถามว่าใช้ทำอะไรบ้าง เช่น ขึ้นป้ายรณรงค์ เดินขบวนรณรงค์และจัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคนในชุมชนเนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตร 3 ใบ
การสื่อสารให้ความรู้กับผู้สูงอายุที่จะลงคะแนนได้อย่างถูกต้องจึงสำคัญ ในส่วนของการสื่อสาร สร้างรับรู้ รับทราบ เช่น การรณรงค์ให้ความรู้กรณีที่ว่า สว.ไม่มีสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้งนายกฯ ในครั้งนี้ เป็นต้น อย่างไรก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีระบุไว้ในคู่มืออย่างรายละเอียด
นายสมใจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้อยากให้ใช้กิจกรรมท้องถิ่นเป็นกลไกให้เด็กเกิดการเรียนรู้เรื่องของประชาธิปไตย พร้อมกับการสื่อสารและเชิญชวนคนในชุมชนได้เรียนรู้ไปพร้อมกันจากกิจกรรมที่หลากหลายบนขอบเขตที่กฎหมายกำหนด เป็นกิจกรรมสำหรับชุมชนและโรงเรียนในการพัฒนาเรื่องของระบอบประชาธิปไตยในครั้งนี้ นายสมใจ กล่าวแสดงความกังวลกรณีการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งมีการทำประชามติร่วมด้วยโดยเป็นห่วงกลุ่มผู้สูงอายุที่จะเกิดความสับสนขึ้นได้ ด้วยอายุ และความซับซ้อนของการเลือกตั้งและทำประชามติจึงต้องให้ความสำคัญในการสร้างการรับรู้ในเรื่องเหล่านี้อย่างมาก
ขณะที่นางวัฒนาโสภี สุขสอาด ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า อว. มีส่วนในการขับเคลื่อนในเรื่องของระบอบประชาธิปไตยฯ โดยนโยบายเน้นย้ำการทำกิจกรรมที่ดำเนินการมาต่อเนื่องกับระดับนโยบายได้มีการทำเอ็มโอยูเพื่อร่วมขับเคลื่อนการสร้างพลเมืองคุณภาพซึ่งเป็นหัวใจหลักที่สำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนและปรับเปลี่ยนทัศนคติ
รวมถึงการปรับหลักสูตรในการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนที่จะเป็นพลเมืองในอนาคต โดยอว. ได้เสนอครม. อีกประการซึ่งได้ดำเนินการมาต่อเนื่อง คือ ขับเคลื่อนจากส่วนกลางไปสู่ภูมิภาคที่ทำผ่านกิจกรรมส่งเสริมนักศึกษามาตลอด
ในส่วนของหลักสูตรการเรียนการสอน มีการจัดทำคู่มือการเรียนให้มหาวิทยาลัยนำไปปรับหลักสูตร และส่งเสริมให้บุคลากรเข้าร่วมการอบรมกับกกต. มีการติดตามผล นอกจากนี้ อว.ได้จัดการทำแผนบูรณาการโดยได้ปรับแผนการเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพ การศึกษา มีส่วนร่วม จริยธรรม และความเป็นประชาธิปไตย ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือ การดำเนินกิจกรรมผ่านพลเมืองที่เข้มแข็ง ให้นักศึกษาลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง อาทิ วิศวกรสังคม สนับสนุนให้สถานศึกษามีส่วนร่วม
สำหรับ 6 สัปดาห์ต่อจากนี้ อว.มีเป้าหมายจะให้นิสิตนักศึกษาร่วมสังเกตการณ์พร้อมรายงานผลการเลือกตั้งผ่านกูเกิ้ลฟอร์ม จำนวน 102,000 คนจากสถาบันการศึกษา 153 แห่งร่วมกับประชาชนชุมชนโดยรอบซึ่งได้รับการสนับสนุนงบจาก กกต.ประมาณเจ็ดสิบล้านบาท จัดสรรแห่ง ๆ ละประมาณ 25,000 บาท รวมถึงการจัดกิจกรรมรณรงค์การเลือกตั้ง สส. ผ่านสื่อและช่องทางต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เริ่มต้นจากการชี้แจงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เป็นต้น สัปดาห์ที่ 4 และ 5 จะนำกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รณรงค์มาเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนไปเลือกตั้ง
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการวางรากฐานให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยต่าง ๆ และร่วมรณรงค์เชิญชวนติดตามสถานการณ์หาเสียงร่วมด้วย เป็นต้น ภายในอาทิตย์นี้จะทำหนังสือถึงหน่วยงานอุดมศึกษาฯ เพื่อคัดเลือกโครงการและจัดสรรงบประมาณลงไปให้ จากนั้นจะเป็นการรายงานการรณรงค์การเลือกตั้งกลับมาที่กระทรวงฯ ก่อนส่งมาให้ กกต.ต่อไป
"หัวใจหลัก คือ การรณรงค์ให้เยาวชนไปร่วมขับเคลื่อนประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ เป็นสิ่งที่ต้องสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพตั้งแต่เด็กน้อยไปจนถึงระดับอุดมศึกษา ไม่ควรสอนให้เก่งอย่างเดียวแต่ขาดในเรื่องของซอฟท์สกิล ขาดความตระหนักรู้ซึ่งเอไอไม่สามารถสอนเรื่องเหล่านี้ได้ เช่น เรื่องของความเห็นอกเห็นใจ ที่ต้องให้สอนให้เยาวชนเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ"
ด้าน พ.อ.กฤตภาส โตจำเริญ รองเสนาธิการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง กล่าวถึงบทบาทของนักศึกษาวิชาทหาร (รด.)ว่า นอกจากเป็นกำลังสำรองให้กับกองทัพแล้วถือเป็นนโยบายสำคัญ คือ การเสริมสร้างเยาวชนที่ดีให้กับสังคม ซึ่งที่ผ่านมามี "รด.จิตอาสา" ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมให้นักศึกษาวิชาทหารได้มีทักษะด้านต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือสังคมอย่างมีคุณธรรมในส่วนของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้มีความร่วมมือทำร่วมกับ กกต.มาตั้งแต่ปี 2560
โดยให้นักศึกษาฯไปร่วมรณรงค์เรื่องของการออกเสียงทำประชามติ พร้อมกันนี้ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับกกต. โดยมีภารกิจในการเลือกตั้งเรื่อยมานับตั้งแต่การเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 62 เรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสส.ทั่วไป รวมถึงการเลือกตั้งซ่อมต่าง ๆ โดยจะเป็นผู้ช่วยเหลือผู้สูงอายุ และผู้พิการ และอำนายความสะดวกในการจราจรต่าง ๆ
ทั้งนี้ จะไม่เข้าไปภายในคูหาเลือกตั้ง แต่จะหน้าที่ในการรณรงค์การเลือกตั้งและให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ รวมถึงได้มีการสนับสนุนการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย เช่น วิชาพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย มาเป็น วิชาพลเมืองคุณภาพในปัจจุบัน โดยนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 5 ต้องผ่านหลักสูตรนี้ทุกคน
นอกจากนี้ได้มีการขยายผลสู่ชุมชนในการให้ความรู้กับประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยได้ดำเนินการเบื้องต้นไปแล้ว ที่สำคัญ คือ การทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีในการออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ เป็นต้น