แม้ว่าประเทศไทยมีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. มาแล้วหลายครั้งโดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2566 ซึ่งอาจทำให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง เกิดความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 นี้มีเรื่องของการออกเสียงประชามติเข้ามาด้วย
ไม่นับรวมกับผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งครั้งแรกที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกไปใช้สิทธิทั้งการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติอย่างถูกต้อง
ฐานเศรษฐกิจ พาไปทบทวนขั้นตอนและวิธีการในการเลือกตั้ง สส. 2569 และการออกเสียงประชามติ 2569 กันอีกครั้งโดย กกต.กำหนดให้เป็นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้านั้นจะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และออกเสียงประชามติอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ได้ลงทะเบียนเอาไว้นั่นเอง ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรรวม 3 ใบ ประกอบด้วย
1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ
3. บัตรออกเสียงประชามติ
กรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตซึ่งจะใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จะได้รับบัตร 2 ใบ คือ 1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ 2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะได้บัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ
ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. 2569
1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ
จากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้งซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบและแจ้งลำดับที่ให้ทราบ
2. การเตรียมตัวก่อนเข้าคูหา
จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่าย และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตร (ที่ยังไม่หมดอายุ) หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ
3. แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ยื่นหลักฐานแสดงตนและแจ้งลำดับที่ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
4. รับบัตรเลือกตั้ง สส. และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง โดยลงลายมือชื่อที่ต้นขั้ว บัตรเลือกตั้ง ทั้ง 2 ประเภท รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
5. เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส. โดยทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ
กรณีหากไม่ประสงค์เลือกใครให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง "ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด"
กรณีหากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง "ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด"
แล้วพับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับและออกจากคูหา
6. หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงหีบบัตรเลือกตั้ง โดยนำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง
ขั้นตอนและกระบวนการออกเสียงประชามติ
1. แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
ยื่นหลักฐานแสดงตน และแจ้งลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ และลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
2. รับบัตรออกเสียงประชามติ และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ โดยลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
3.เข้าคูหาออกเสียงประชามติ โดยเข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว
จากนั้นพับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อย แล้วออกจากคูหา
4. หย่อนบัตรประชามติและออกจากที่เลือกตั้ง นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด
ทั้งนี้ สำหรับการออกเสียงประชามติครั้งนี้ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันทีแต่เป็นการสอบถามประชาชนว่า "เห็นชอบ" หรือไม่ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่