เปิดขั้นตอนเลือกตั้ง สส. -ออกเสียงประชามติ 8 ก.พ.69 สรุปครบที่เดียว 

06 ม.ค. 2569 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ม.ค. 2569 | 06:32 น.

เตรียมความพร้อม เลือกตั้ง 2569 กกต.เปิดขั้นตอนลงคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต-สส.แบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69 ทำอย่างไร ต้องใช้บัตรกี่ใบ สรุปมาไว้ให้ครบที่นี่

แม้ว่าประเทศไทยมีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. มาแล้วหลายครั้งโดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2566 ซึ่งอาจทำให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง เกิดความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 นี้มีเรื่องของการออกเสียงประชามติเข้ามาด้วย

ไม่นับรวมกับผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งครั้งแรกที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกไปใช้สิทธิทั้งการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติอย่างถูกต้อง 

ฐานเศรษฐกิจ พาไปทบทวนขั้นตอนและวิธีการในการเลือกตั้ง สส. 2569 และการออกเสียงประชามติ 2569 กันอีกครั้งโดย กกต.กำหนดให้เป็นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้านั้นจะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และออกเสียงประชามติอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ได้ลงทะเบียนเอาไว้นั่นเอง ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรรวม 3 ใบ ประกอบด้วย 

1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 

2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ 

3. บัตรออกเสียงประชามติ 

กรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตซึ่งจะใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จะได้รับบัตร 2 ใบ คือ 1. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ 2. บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะได้บัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ   

ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. 2569

1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ

จากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้งซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบและแจ้งลำดับที่ให้ทราบ

2. การเตรียมตัวก่อนเข้าคูหา

จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่าย และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตร (ที่ยังไม่หมดอายุ) หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ

3. แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ยื่นหลักฐานแสดงตนและแจ้งลำดับที่ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.

4. รับบัตรเลือกตั้ง สส. และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง โดยลงลายมือชื่อที่ต้นขั้ว บัตรเลือกตั้ง ทั้ง 2 ประเภท รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

5. เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส. โดยทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ 

  • บัตรแบบแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คนเท่านั้น 
  • บัตรแบบบัญชีรายชื่อ เลือกพรรคการเมืองได้เพียงพรรคการเมืองเดียว 

กรณีหากไม่ประสงค์เลือกใครให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง "ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด"

กรณีหากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง "ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด"

แล้วพับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับและออกจากคูหา

6. หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงหีบบัตรเลือกตั้ง โดยนำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง

ขั้นตอนและกระบวนการออกเสียงประชามติ 

1. แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

ยื่นหลักฐานแสดงตน และแจ้งลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ และลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

2. รับบัตรออกเสียงประชามติ และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ โดยลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

3.เข้าคูหาออกเสียงประชามติ โดยเข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว

  • "เห็นชอบ" หรือ 
  • "ไม่เห็นชอบ" หรือ 
  • "ไม่แสดงความคิดเห็น"  

จากนั้นพับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อย แล้วออกจากคูหา

4. หย่อนบัตรประชามติและออกจากที่เลือกตั้ง นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด

ทั้งนี้ สำหรับการออกเสียงประชามติครั้งนี้ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันทีแต่เป็นการสอบถามประชาชนว่า "เห็นชอบ" หรือไม่ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่