KEY
POINTS
เจาะลึกผลสำรวจของ "ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา" ระบุว่า "พรรคประชาชน" กวาดความนิยมนำโด่งทั้งสส.เขตและบัญชีรายชื่อ ขณะที่ "ณัฐพงษ์" คะแนนความนิยมนั่งนายกฯยังเป็นรองเสียงของประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจ ด้านชาว กทม. กว่า 90% พร้อมเลือกตั้งพ่วงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 8 ก.พ. 69
โดยวันที่ 10 มกราคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจฯ ได้แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หลังเสร็จสิ้นการรับสมัคร โดยมีการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 1,121 ราย ครอบคลุมทั้งเขตชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก
ซึ่งผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมทางการเมืองที่น่าสนใจอย่างยิ่งก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
สัญญาณที่เด่นชัดที่สุดจากการสำรวจครั้งนี้คือ "ความตื่นตัว" ของคนกรุงเทพฯ โดยประชาชนสูงถึง 89.3% ยืนยันว่าตั้งใจจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 90.5% รับทราบข้อมูลเรื่องการออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถามที่ว่า "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันและเวลาเดียวกัน ณ จุดเลือกตั้งเดียวกัน โดยแบ่งการลงคะแนนแยกจากบัตรเลือกตั้ง สส.
ที่น่าสนใจคือ ประชาชนร้อยละ 64 ระบุว่าจะตัดสินใจเลือก สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อจาก "พรรคการเมืองเดียวกัน"
สะท้อนให้เห็นว่าพรรคการเมืองที่มีแบรนด์นโยบายที่แข็งแกร่งและตัวบุคคลที่โดดเด่นจะมีความได้เปรียบสูงในการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบครั้งนี้
เมื่อเจาะลึกถึงคะแนนนิยมรายพรรค พรรคประชาชน (People's Party) ยังคงรักษากระแสความแรงไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลคะแนนนำในทุกระบบ ดังนี้:
สส. แบบแบ่งเขต
สส. แบบบัญชีรายชื่อ (Party List)
ในประเด็น "บุคคลที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด" ผลสำรวจชี้ให้เห็นการแข่งขันที่สูสีระหว่างตัวบุคคลและกลุ่มพลังเงียบ:
นอกจากนี้ ประชาชนกว่า ร้อยละ 65.5 ยอมรับว่า "รายชื่อบุคคลที่พรรคเสนอเป็นนายกฯ" มีผลต่อการตัดสินใจเลือก สส. ของพวกเขาอย่างมาก ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันว่ากลยุทธ์การหาเสียงโดยชูตัวผู้นำจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชัยชนะในครั้งนี้
เมื่อพิจารณาถึงเนื้อหาของนโยบาย ประชาชนร้อยละ 35.5 ระบุว่า "ด้านเศรษฐกิจ" คือสิ่งที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญมากที่สุด ตามมาด้วยด้านสวัสดิการของรัฐ (22.1%) และการศึกษา (9.6%)
ในส่วนของ "สเปก" สส. ที่ชาวกรุงต้องการ
สส. แบบแบ่งเขต: ประชาชนให้ความสำคัญกับ "ความรู้ความสามารถและประวัติการทำงาน" (28.4%) และ "ความซื่อสัตย์สุจริต" (25.3%)
สส. แบบบัญชีรายชื่อ: ประชาชนกลับให้คะแนนความนิยมสูงที่สุดแก่ผู้ที่มี "ความเสียสละทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง" (37.6%) ตามด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (32.2%)