เปิดผลสำรวจบ้านสมเด็จโพล 'พลังเงียบ' ชาวกทม. ยังไม่เลือกใครนั่งนายกฯ นำโด่ง

10 ม.ค. 2569 | 08:40 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ม.ค. 2569 | 09:15 น.

บ้านสมเด็จโพลล์เผย พรรคประชาชน คะแนนนำทั้ง สส.เขตและบัญชีรายชื่อ แต่ "ยังไม่ตัดสิน" ใจเลือกใครนายกฯกลับนำโด่ง เผย คนกรุงเทพฯ ตื่นตัวการเมืองสูง 89.3% ตั้งใจไปเลือกตั้ง 8 ก.พ. พร้อม 90.5% รับรู้วันลงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ขณะที่ 65.5% ชี้ “การเสนอชื่อนายกฯ” มีผลต่อการตัดสินใจเลือก สส.

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจชี้ว่าพรรคประชาชนมีคะแนนนิยมนำเป็นอันดับหนึ่งในกรุงเทพฯ ทั้ง สส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ
  • นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ที่ได้รับความนิยมให้เป็นนายกรัฐมนตรีสูงสุดในกลุ่มตัวบุคคล แต่คะแนนยังตามหลังกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ
  • ชาวกรุงเทพฯ กว่า 89% ตั้งใจจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยให้ความสำคัญกับนโยบายด้านเศรษฐกิจมากที่สุด และกว่า 90% พร้อมลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่

เจาะลึกผลสำรวจของ "ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา" ระบุว่า "พรรคประชาชน" กวาดความนิยมนำโด่งทั้งสส.เขตและบัญชีรายชื่อ ขณะที่ "ณัฐพงษ์" คะแนนความนิยมนั่งนายกฯยังเป็นรองเสียงของประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจ ด้านชาว กทม. กว่า 90% พร้อมเลือกตั้งพ่วงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 8 ก.พ. 69

โดยวันที่ 10 มกราคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจฯ ได้แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หลังเสร็จสิ้นการรับสมัคร โดยมีการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 1,121 ราย ครอบคลุมทั้งเขตชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก

ซึ่งผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมทางการเมืองที่น่าสนใจอย่างยิ่งก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

1. ความตื่นตัวทางการเมือง: ภารกิจคู่ขนาน "เลือก สส. - ลงประชามติ"

สัญญาณที่เด่นชัดที่สุดจากการสำรวจครั้งนี้คือ "ความตื่นตัว" ของคนกรุงเทพฯ โดยประชาชนสูงถึง 89.3% ยืนยันว่าตั้งใจจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างแน่นอน

เปิดผลสำรวจบ้านสมเด็จโพล 'พลังเงียบ' ชาวกทม. ยังไม่เลือกใครนั่งนายกฯ นำโด่ง

นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 90.5% รับทราบข้อมูลเรื่องการออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถามที่ว่า "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันและเวลาเดียวกัน ณ จุดเลือกตั้งเดียวกัน โดยแบ่งการลงคะแนนแยกจากบัตรเลือกตั้ง สส.

ที่น่าสนใจคือ ประชาชนร้อยละ 64 ระบุว่าจะตัดสินใจเลือก สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อจาก "พรรคการเมืองเดียวกัน"

สะท้อนให้เห็นว่าพรรคการเมืองที่มีแบรนด์นโยบายที่แข็งแกร่งและตัวบุคคลที่โดดเด่นจะมีความได้เปรียบสูงในการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบครั้งนี้

2. พรรคประชาชนครองแชมป์ความนิยม: นำลิ่วทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์

เมื่อเจาะลึกถึงคะแนนนิยมรายพรรค พรรคประชาชน (People's Party) ยังคงรักษากระแสความแรงไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลคะแนนนำในทุกระบบ ดังนี้:

เปิดผลสำรวจบ้านสมเด็จโพล 'พลังเงียบ' ชาวกทม. ยังไม่เลือกใครนั่งนายกฯ นำโด่ง

สส. แบบแบ่งเขต

  • พรรคประชาชนนำมาเป็นอันดับหนึ่งที่ร้อยละ 29.9 ตามมาด้วยกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ (21.1%) และพรรคภูมิใจไทย (20.2%) ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยตามมาในอันดับสี่และห้าที่ร้อยละ 10.1 และ 7.4 ตามลำดับ

สส. แบบบัญชีรายชื่อ (Party List)

  • คะแนนของพรรคประชาชนขยับสูงขึ้นเป็นร้อยละ 31.8 ทิ้งห่างพรรคภูมิใจไทยที่ได้ร้อยละ 17.9 และพรรคเพื่อไทยที่ได้ร้อยละ 6.4 อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจในระบบบัญชีรายชื่อมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 27.5 ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญที่ทุกพรรคยังสามารถแย่งชิงได้ในโค้งสุดท้าย

เปิดผลสำรวจบ้านสมเด็จโพล 'พลังเงียบ' ชาวกทม. ยังไม่เลือกใครนั่งนายกฯ นำโด่ง

3. สมรภูมิชิงเก้าอี้นายกฯ: "ณัฐพงษ์" เบียดกลุ่มยังไม่ตัดสินใจขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง

ในประเด็น "บุคคลที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด" ผลสำรวจชี้ให้เห็นการแข่งขันที่สูสีระหว่างตัวบุคคลและกลุ่มพลังเงียบ:

  1. ยังไม่ตัดสินใจ: ร้อยละ 28.8
  2. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ: ร้อยละ 28.1 (ถือเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มตัวบุคคล)
  3. นายอนุทิน ชาญวีรกูล: ร้อยละ 16.7
  4. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: ร้อยละ 5.6
  5. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: ร้อยละ 4.5

นอกจากนี้ ประชาชนกว่า ร้อยละ 65.5 ยอมรับว่า "รายชื่อบุคคลที่พรรคเสนอเป็นนายกฯ" มีผลต่อการตัดสินใจเลือก สส. ของพวกเขาอย่างมาก ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันว่ากลยุทธ์การหาเสียงโดยชูตัวผู้นำจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชัยชนะในครั้งนี้

4. นโยบายเศรษฐกิจต้องมาก่อน – คุณสมบัติ สส. ที่คนเมืองโหยหา

เมื่อพิจารณาถึงเนื้อหาของนโยบาย ประชาชนร้อยละ 35.5 ระบุว่า "ด้านเศรษฐกิจ" คือสิ่งที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญมากที่สุด ตามมาด้วยด้านสวัสดิการของรัฐ (22.1%) และการศึกษา (9.6%)

ในส่วนของ "สเปก" สส. ที่ชาวกรุงต้องการ

สส. แบบแบ่งเขต: ประชาชนให้ความสำคัญกับ "ความรู้ความสามารถและประวัติการทำงาน" (28.4%) และ "ความซื่อสัตย์สุจริต" (25.3%)

สส. แบบบัญชีรายชื่อ: ประชาชนกลับให้คะแนนความนิยมสูงที่สุดแก่ผู้ที่มี "ความเสียสละทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง" (37.6%) ตามด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (32.2%)