พรรคเป็นธรรมชูการเมืองอิสระ ไม่ติดหนี้บุญคุณ สู้ทุนเทา-ปัญหาปากท้อง

09 ม.ค. 2569 | 11:08 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ม.ค. 2569 | 11:25 น.

หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ชี้วิกฤตประเทศติดกับดักนักการเมืองอาชีพ-ทุนการเมือง ย้ำพรรคเล็กแต่ใจใหญ่ ไม่พึ่งทุนสีเทา ขอเป็นทางเลือกใหม่ “อาหารคลีนทางการเมือง” เพื่ออนาคตประเทศระยะยาว

KEY

POINTS

  • พรรคเป็นธรรมชูจุดยืนการเมืองที่เป็นอิสระ ไม่พึ่งพากลุ่มทุนหรือติดหนี้บุญคุณ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงไปตรงมา
  • ประกาศต่อสู้กับปัญหาสำคัญของชาติ ได้แก่ ทุนสีเทา กลุ่มผู้มีอิทธิพล และปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน
  • ยึดมั่นในหลักนิติธรรมและใช้ทีมนักบริหารมืออาชีพในการวางนโยบายระยะยาว แทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือใช้นโยบายประชานิยม

ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม สะท้อนมุมมองต่อวิกฤตการเมืองไทยในปัจจุบันว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่สามารถก้าวข้ามวิกฤตได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ภัยพิบัติ หรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ล้วนมีรากเหง้ามาจากโครงสร้างทางการเมืองที่ถูกครอบงำโดย “นักการเมืองอาชีพ” หรือ “นักการทหาร” ซึ่งขาดนักบริหารมืออาชีพที่เข้าใจระบบรัฐอย่างแท้จริง

ดร.ปิติพงศ์ เปิดเผยว่า พรรคเป็นธรรมก่อตั้งขึ้นบนแนวคิดและหลักการที่ยึดโยงกับอุดมการณ์ของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ซึ่งตนภาคภูมิใจในฐานะลูกศิษย์ โดยนำหลักการสำคัญมาถอดแบบเป็นแนวทางการเมืองของพรรค โดยเฉพาะการยึดมั่น รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 อย่างเคร่งครัด ที่บัญญัติว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล

“หลักนิตธรรม หรือ Rule of Law ต้องถูกนำมาใช้ปกครองประเทศอย่างแท้จริง นี่คือหลักการเดียวที่จะทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และเป็นแนวทางที่ผมยึดถือมาตลอดในฐานะลูกศิษย์ของอาจารย์ปรีดี” ดร.ปิติพงศ์ กล่าว

                           ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม

หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ระบุว่า หัวใจของการเมืองที่จะแก้ปัญหาประเทศได้จริง คือ “ความเป็นอิสระ” โดยในอดีต พรรคการเมืองขนาดใหญ่จำนวนมากมีต้นทุนทางการเมืองสูง ต้องพึ่งพากลุ่มทุน ทำให้เมื่อเข้าสู่อำนาจ ไม่สามารถพูดความจริงหรือจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะติดกับดักของหนี้บุญคุณทางการเมือง

“พรรคใหญ่พูดไม่ได้หลายเรื่อง เพราะต้องปกป้องต้นทุนของตัวเอง แต่พรรคเป็นธรรมไม่มีภาระเหล่านี้ เราใช้ทุนของพรรคเอง ไม่ยึดโยงผลประโยชน์ ไม่พึ่งทุนสีเทา ไม่พึ่งทุนการพนัน จึงกล้าชนทุกปัญหา” ดร.ปิติพงศ์ กล่าวย้ำ

ดร.ปิติพงศ์ ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญ “สงครามภายใน” อย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่

-สงครามกับทุนสีเทาและกลุ่มอิทธิพล

-สงครามกับขบวนการสแกมเมอร์ที่แทรกซึมระบบเศรษฐกิจและสังคม

-สงครามปากท้องของประชาชน ที่รายได้ไม่สอดคล้องค่าครองชีพ

โดยพรรคเป็นธรรมได้รวบรวมทีมงานที่เป็นนักบริหารมืออาชีพจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุคลากรจากสถาบันระดับโลก เช่น MIT และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเข้ามาช่วยออกแบบนโยบายและจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ดร.ปิติพงศ์ ยังเปรียบเทียบแนวทางของพรรคเป็นธรรมว่า หากพรรคการเมืองใหญ่เปรียบเสมือน “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” หรืออาหารเร่งด่วนที่ทำให้ประชาชนอิ่มในระยะสั้น พรรคเป็นธรรมขออาสาเป็น “อาหารคลีน” หรือ “กับข้าวปลอดสารพิษ” ที่อาจไม่หวือหวา ไม่เน้นประชานิยมฉาบฉวย แต่เน้นคุณภาพของโครงสร้างประเทศในระยะยาว

“เราไม่เน้นประชานิยม แต่เน้นคุณภาพ ขอเป็นวัตถุดิบให้ประชาชนร่วมกันปรุงอนาคตของประเทศ ฝาก เบอร์ 45 พรรคเป็นธรรม ไว้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง” ดร.ปิติพงศ์ กล่าว