“เพื่อไทย”ตั้งศูนย์รับแจ้งทุจริตเลือกตั้ง หวังเสริมเขี้ยวเล็บ กกต.

05 ม.ค. 2569 | 09:23 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ม.ค. 2569 | 09:29 น.

พรรคเพื่อไทย เปิดศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง สส. หวังช่วยเสริมความเข้มแข็ง กกต. พบเบาะแสรวบรวมบัตรประชาชนไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต

KEY

POINTS

  • พรรคเพื่อไทยจัดตั้ง "ศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง" เพื่อสนับสนุนการทำงานของ กกต. และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและโปร่งใส
  • ศูนย์ฯ มีทีมกฎหมายและอดีตตำรวจทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและกลั่นกรองหลักฐาน หากมีมูลจะส่งต่อให้ กกต. หรือตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย
  • ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้หลายช่องทาง เช่น สายด่วน 090-9719404, QR Code ผ่านเว็บไซต์พรรค หรือที่สำนักงานใหญ่

พรรคเพื่อไทย แถลงเปิดศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างเป็นทางการ โดยมี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมด้วย นายกฤช เอื้อวงศ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการศูนย์ฯ และ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าว

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยคาดหวังให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ประชาชนต้องการเห็นการเมืองที่แข่งขันกันด้วยนโยบายและวิสัยทัศน์ ไม่ใช่การกระทำที่อยู่นอกกรอบกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเริ่มพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อบรรยากาศการเลือกตั้ง อาทิ การทำลายป้ายหาเสียง การเผยแพร่หมายเลขผู้สมัครปลอม รวมถึงกรณีในจังหวัดนครนายก ที่มีความพยายามขัดขวางไม่ให้พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง 

นายศึกษิษฏ์ ยังแสดงความกังวลต่อการเมืองที่ขาดความสร้างสรรค์ โดยระบุว่า ยังมีบางพรรคการเมืองป้ายสีประชาชน ดูถูกสิทธิและศักยภาพของประชาชนในการเลือกตัวแทนของตนเอง รวมถึงการเร่งรัดจัดตั้งรัฐบาลราวกับว่า เสียงของประชาชนไม่มีความหมาย 

พร้อมเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองกลับมาหาเสียงด้วยนโยบายเป็นหลัก โดยพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าสื่อสารนโยบายและวิสัยทัศน์อย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส จึงตัดสินใจจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้งขึ้น

ด้านนายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ อยู่ในช่วงการรณรงค์หาเสียง ซึ่งจากสภาพการเมืองที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยประเมินว่า จะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น สิ่งที่น่ากังวล คือ การใช้ปัจจัยเรื่องเงินในการหาเสียง ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมรับรู้กันดีว่า อาจนำไปสู่การซื้อเสียง และบ่อนทำลายความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง

นายชูศักดิ์ ระบุว่า ศูนย์รับแจ้งเบาะแสฯ ของพรรคเพื่อไทย จะมีคณะกรรมการทำงานประมาณ 11 คน ประกอบด้วย ทีมกฎหมายของพรรค อดีตข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ และเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ด้านกฎหมายเลือกตั้ง ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากผู้สมัคร ตัวแทนผู้สมัคร สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป เพื่อนำมาพิจารณากลั่นกรองว่ามีมูลและพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่

หากพบว่า มีมูลและหลักฐานชัดเจน ศูนย์ฯ จะดำเนินการแจ้งต่อพนักงานสอบสวน หรือ ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการไต่สวนตามกฎหมาย พร้อมทั้งแถลงข่าวต่อสาธารณะเพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่ข้อมูลมีมูลแต่หลักฐานยังไม่เพียงพอ จะส่งกลับไปให้ผู้สมัครหรือทีมงานในพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หรือใช้มาตรการปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ 

นายชูศักดิ์ ยังขอความร่วมมือจากผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทยทุกเขต ให้ส่งรายชื่อตัวแทนประสานงานด้านการตรวจสอบทุจริตมายังพรรคครบทั้ง 400 เขต รวมถึงขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายทุจริตเลือกตั้ง สามารถแจ้งเข้ามาที่ศูนย์ฯ ได้ทันที

ขณะที่ นายกฤช กล่าวว่า ศูนย์รับแจ้งเบาะแสฯ ได้จัดเตรียมช่องทางการร้องเรียนหลายรูปแบบ ทั้งสายด่วน โทร. 090-9719404 การสแกน QR Code ผ่านเว็บไซต์พรรคเพื่อไทย หรือ เดินทางมาที่สำนักงานใหญ่พรรค ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับ และนำเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบตามขั้นตอน

นายกฤช เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้เริ่มมีรายงานเบาะแสทุจริตเข้ามาบ้าง แม้ยังไม่เป็นทางการ เช่น ข่าวการรวบรวมบัตรประชาชนในบางจังหวัดภาคอีสาน เพื่อนำไปลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมขอให้ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวช่วยแจ้งข้อมูลเข้ามา

ส่วนข้อกังวลว่า การตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสของพรรคการเมืองจะเป็นการก้าวก่ายการทำงานของ กกต. หรือไม่ นายชูศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการก้าวก่าย แต่เป็นการช่วยสนับสนุนการทำงานของ กกต. ให้เข้มแข็งมากขึ้น โดยยกตัวอย่างการเลือกตั้งปี 2566 ที่ยังไม่ปรากฏบทลงโทษใบเหลือง หรือใบแดง พร้อมระบุว่า ศูนย์ฯ ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และ เป็นธรรม มากยิ่งขึ้น