KEY
POINTS
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ “บิ๊กป้อม” ได้ลงนามลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนพรรคในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง
นายไพบูลย์ ระบุว่า แม้ พล.อ.ประวิตร จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษา โดยจะดำรงตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนและให้คำแนะนำเชิงยุทธศาสตร์แก่คณะผู้บริหารพรรคต่อไป
พร้อมกันนี้ นายไพบูลย์ ย้ำว่า การตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร มีสาเหตุจาก ปัญหาด้านสุขภาพเพียงประการเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแรงกดดันหรือปัจจัยทางการเมืองใด ๆ และยืนยันว่าการเปลี่ยนตัวผู้นำพรรคครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อการทำงานหรือการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง ที่กำลังจะมาถึง
เส้นทางการเมือง “บิ๊กป้อม”
สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถือเป็นหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลทางการเมืองไทย ในรอบกว่า 2 ทศวรรษ จากเส้นทางทหารสู่การเมืองระดับประเทศ
พล.อ.ประวิตร เติบโตจากสายทหารบก เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก และเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญของ คณะรัฐประหารปี 2557 ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเมืองอย่างเต็มตัวในยุครัฐบาล คสช. โดยดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานด้านความมั่นคงยาวนานหลายสมัย
ในปี 2561 พล.อ.ประวิตร มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้ง พรรคพลังประชารัฐ เพื่อเป็นฐานทางการเมืองสนับสนุนรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง และได้รับเลือกเป็น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมอำนาจ และตัวเชื่อมระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ภายในพรรค
ตลอดระยะเวลาที่คุมพรรค พล.อ.ประวิตร ถูกมองว่าเป็น “ผู้จัดการรัฐบาลเงา” และเป็นผู้มีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองทั้งในสภาและนอกสภา แม้จะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง
การตัดสินใจวางมือจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคในครั้งนี้ จึงถูกจับตาว่าเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ และเป็นการส่งสัญญาณถ่ายโอนอำนาจทางการเมืองจาก “บิ๊กป้อม” สู่ผู้นำรุ่นใหม่อย่าง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง อย่างเป็นทางการ