กกต.เตือนพรรคการเมือง 5 ข้อ ทำผิดเลือกตั้ง เสี่ยงถอนสิทธิ ยุบพรรค

13 พ.ย. 2568 | 11:24 น.
อัปเดตล่าสุด :13 พ.ย. 2568 | 11:40 น.

ประธาน กกต. ออกหนังสือเตือนพรรคการเมือง 5 ข้อ ปมหาสมาชิก-ตั้งสาขา-ทำไพรมารีโหวต-สรรหาผู้สมัคร-นโยบายหาเสียง หากผิดกฎหมาย เสียงเพิกถอนสิทธิ์-ยุบพรรค

KEY

POINTS

  • กกต. ส่งหนังสือเตือนพรรคการเมืองทั่วประเทศ ให้ระมัดระวังการดำเนินกิจกรรมใน 5 ประเด็นสำคัญ ซึ่งหากทำผิดกฎหมายอาจมีโทษร้ายแรงถึงขั้นเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยุบพรรค
  • ประเด็นที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ การหาสมาชิกพรรคโดยมิชอบ, การตั้งสาขาพรรค, การสรรหาผู้สมัคร ส.ส. (ไพรมารีโหวต) ที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอน และการออกหนังสือรับรองผู้สมัครเท็จ
  • การประกาศนโยบายหาเสียงที่ต้องใช้งบประมาณ จะต้องเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวงเงิน ที่มาของเงิน ความคุ้มค่า และผลกระทบให้ชัดเจน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 500,000 บาท
  • คณะกรรมการบริหารพรรคมีหน้าที่กำกับดูแลไม่ให้เกิดการทุจริตเลือกตั้ง หากละเลยอาจถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองทั้งคณะเป็นเวลา 20 ปี

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง มอบหมายให้สำนักงาน กกต. มีหนังสือกำชับไปยังทุกพรรคการเมืองทั่วประเทศ ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า

นายอิทธิพร ระบุว่า หนังสือดังกล่าวครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ที่พรรคการเมืองต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโทษร้ายแรงตั้งแต่จำคุก ปรับ ไปจนถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือ ยุบพรรค
 

1.การหาสมาชิกพรรคการเมือง 

พรรคการเมืองต้องดำเนินการรับสมัครสมาชิกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของพรรค ห้ามให้หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ เพื่อจูงใจให้บุคคลสมัครเป็นสมาชิก เว้นแต่สิทธิประโยชน์ที่สมาชิกพึงได้รับโดยชอบ หากกระทำผิดอาจเป็นเหตุให้พรรคถูกยุบได้

กรณีแอบอ้างว่า สมาชิกบางคนสมัครโดยไม่รู้เห็น หรือนายทะเบียนสมาชิกจัดทำทะเบียนเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

2. การตั้งสาขาและแต่งตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด

พรรคต้องแจ้งการจัดตั้งสาขาและแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัดให้เป็นไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ปี 2566 หากไม่แจ้งภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด จะถูกปรับไม่เกิน 50,000 บาท และปรับเพิ่มวันละ 1,000 บาทจนกว่าจะดำเนินการถูกต้อง

3.การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. (ไพรมารีโหวต)

พรรคการเมืองต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกอย่างกว้างขวาง ตามมาตรา 49–51 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง และเป็นไปตามประกาศ กกต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประชุมสมาชิกเพื่อสรรหาผู้สมัคร ส.ส. หากหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหาร หรือตัวแทนพรรคในจังหวัดละเมิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี 

กรณีหัวหน้าพรรคออกหนังสือรับรองผู้สมัครเท็จ โทษหนักถึงจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

4.การประกาศนโยบายหาเสียง

พรรคการเมืองต้องเปิดเผยรายละเอียดเชิงงบประมาณและผลกระทบของนโยบายอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องใช้เงิน ต้องระบุอย่างน้อย 3 รายการ ได้แก่

(1) วงเงินและที่มาของงบประมาณ

(2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น

(3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินการ

หากไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับสูงสุด 500,000 บาท และปรับเพิ่มวันละ 10,000 บาทจนกว่าจะดำเนินการถูกต้อง

5.การควบคุมและกำกับดูแลภายในพรรค 

คณะกรรมการบริหารพรรคมีหน้าที่กำกับดูแลไม่ให้สมาชิก หรือบุคคลในพรรคกระทำการที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต หรือไม่เที่ยงธรรม หากละเลยจะถูกพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ในพรรคเป็นเวลา 20 ปี

รวมถึงห้ามกระทำการก้าวก่าย หรือแทรกแซงกระบวนการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นายอิทธิพร ย้ำว่า กกต.ต้องการให้พรรคการเมืองทุกพรรคยึดมั่นในหลักนิติธรรมและความโปร่งใส เพื่อพัฒนาให้พรรคเป็น “สถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง” และเป็นกลไกหลักในการพัฒนาประชาธิปไตยไทยภายใต้ระบอบ “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” อย่างแท้จริง