
จับตารัฐบาลตั้ง “จักรภพ เพ็ญแข” หวนนั่งโฆษกรัฐบาล คนใหม่
จับตา รัฐบาลเตรียมตั้ง “จักรภพ เพ็ญแข” อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หวนนั่งโฆษกรัฐบาลคนใหม่ แทนจิรายุ ห่วงทรัพย์
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักรัฐมนตรี หรือ โฆษกรัฐบาลคนใหม่ แทน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โดยตอนนี้ได้ทาบทาม นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มาก่อน เข้ามานั่งเป็นโฆษกรัฐบาลแทน คาดว่า จะมีผลเร็ว ๆ นี้
สำหรับ นายจักรภพ เพ็ญแข เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2510 ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในวงการสื่อสารมวลชนและการเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ก่อนจะลี้ภัยทางการเมืองไปต่างประเทศเป็นเวลานานกว่า 15 ปี และได้เดินทางกลับประเทศไทยในปี 2567 ช่วงที่รัฐบาลเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง
สำหรับประวัติการศึกษานั้น นายจักรภพ เพ็ญแข จบการศึกษาระดับประถมและมัธยมจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาได้รับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และปริญญาโทและเอกจากวิทยาลัยระหว่างประเทศศึกษาชั้นสูง พอล เอช. นิทซ์ (SAIS) มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา
ส่วนเส้นทางการทำงานก่อนการเมือง นายจักรภพ เพ็ญแข เริ่มต้นอาชีพในบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตร ก่อนจะเข้ารับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ทูตในกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และต่อมาเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์หลายรายการ รวมถึงนักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศที่มีชื่อเสียง และได้เข้าสู่แวดวงการเมืองในภายหลัง
โดยในช่วงของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ระหว่างปี 2546–2548 นายจักรภพ เพ็ญแข ได้นั่งในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ 2 ต่อมาในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ต่อมาหลังจากคดียุบพรรคการเมืองในปี 2549 และรัฐประหารในปีเดียวกัน นายจักรภพเป็นแกนนำจัดเวทีปราศรัยต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ท้องสนามหลวง โดยใช้ชื่อว่าแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ก่อนที่จะลี้ภัยในปี 2552 โดยนายจักรภพเดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากมีคดีความและความขัดแย้งทางการเมือง
หลังจากรัฐประหารในปี 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติออกคำสั่งที่ 49/2557 เรียกให้จักรภพไปรายงานตัว แต่เขาไม่ได้ไปตามคำสั่งดังกล่าว ศาลทหารจึงออกหมายข้อหาฝ่าฝืนการไปรายงานตัว และในปี 2560 ศาลอาญาได้ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันมีอาวุธ เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและเป็นอั้งยี่
จากนั้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 นายจักรภพ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่าจะเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อมอบตัวและสู้คดี โดยระบุว่า "กลับไปรับใช้เมืองไทยครับ"

