thansettakij
thansettakij
น้อมรับคำตำหนิ “วันนอร์” เปิดใจการทำหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภา

น้อมรับคำตำหนิ “วันนอร์” เปิดใจการทำหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภา

21 ก.ค. 66 | 06:18 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 66 | 06:25 น.

“วันนอร์"เปิดใจพร้อมรับคำตำหนิ หลังรัฐสภาโหวตยึดข้อบังคับที่ 41 จนไม่สามารถเสนอชื่อ “พิธา” ชิงนายกฯ รอบ 2 ไม่ได้ ยันเป็นกลาง ไม่เห็นถึงเหตุที่"เปลี่ยนแปลง" หลังถูกเรียกร้องให้ใช้อำนาจวินิจฉัย

วันนี้ (21 ก.ค. 66) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ “วันนอร์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวเปิดใจว่า การทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ในการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตามข้อบังคับ และความเป็นกลาง 

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย และ พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นไม่พอใจ และวิจารณ์การทำหน้านี้นั้น ตนยอมรับว่า ในการทำหน้าที่ประธานที่ประชุม หรือกรรมการนั้น มักจะมีความเห็นที่เห็นต่าง และเห็นด้วยเกิดขึ้นได้ “ผมไม่หนักใจ หรือ ท้อถอย” 


ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลเตรียมพิจารณายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยการลงมติของรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่เสียงข้างมาก 395 เสียง เห็นชอบกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 คัดค้านการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้โหวตเป็นนายกฯซ้ำอีก หลังจากครั้งแรกรัฐสภาตีตกไปแล้วนั้น เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร หรือ มีผลผูกพันกับรัฐสภาอย่างไร ต้องรอคำวินิจฉัย

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวนด้วยว่า ในวันที่ 19 ก.ค. ตนทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้นั่งฟังการอภิปราย 6-7 ชั่วโมง ไม่พบว่ามีใครที่เสนอให้เห็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะเป็นเหตุที่ประธานสามารถใช้อำนาจวินิจฉัยได้ ซึ่งเมื่อไม่มีใครชี้ให้เห็นเหตุที่เปลี่ยนแปลงไป ตนไม่สามารถใช้อำนาจของประธานรัฐสภาดำเนินการได้ เพราะไม่เป็นไปตามข้อบังคับ

“ก่อนการประชุมโหวตเลือกนายกฯ รอบที่สอง เมื่อ 19 ก.ค.นั้น ผมได้เตรียมความพร้อมโดยให้ฝ่ายกฎหมายของประธานรัฐสภา พิจารณาข้อบังคับรัฐสภาข้อ 41 ตามที่มีความเห็นถกเถียง ซึ่งฝ่ายกฎหมายมีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ที่ระบุว่าใช้ข้อบังคับข้อ 41 ได้ และอีกฝั่งมองว่าไม่ควรใช้ เพราะการเลือกนายกฯ เป็นบทกำหนดที่เฉพาะในรัฐธรรมนูญ 

ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายได้ลงมติ พบมติ 8 เสียงที่เห็นว่า ใช้ข้อบังคับข้อ 41 ได้ต่อ 2 เสียง ที่เห็นว่าไม่ควรใช้ จากนั้นผมนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ซึ่งไม่มีความเห็นสรุป จนต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งในการประชุมมีผู้เสนอให้ใช้แนวทางของข้อบังคับ ข้อ 151 ที่ต้องโหวตด้วยเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังกล่าวยืนยันว่า ที่สังคมวิจารณ์นั้น ตนไม่กลัวทัวร์ลง เพราะทำหน้าที่เป็นกลางที่สุด ถูกต้องตามข้อบังคับ และทำหน้าที่เพื่อให้ได้นายกฯ ของประเทศไทย ส่วนที่จะมีข้อตำหนินั้น พร้อมยอมรับคำตำหนิ