thansettakij
thansettakij
“สุวัจน์”เชื่อการเมืองไม่มีทางตัน เป็นกำลังใจให้ตั้งรัฐบาลสำเร็จโดยเร็ว

“สุวัจน์”เชื่อการเมืองไม่มีทางตัน เป็นกำลังใจให้ตั้งรัฐบาลสำเร็จโดยเร็ว

20 ก.ค. 66 | 10:35 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ค. 66 | 10:46 น.

“สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เชื่อการเมืองไทยมีทางออก ไม่มีทางตัน ยังเป็นกำลังใจขอให้ตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็ว

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเมือง ภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทวีคูณพัฒนา ปีการศึกษา 2566 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ว่า พี่น้องประชาชนอยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลให้เป็นที่เรียบร้อย เพื่อมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องดําเนินการด้านนายกรัฐมนตรีให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งกําหนดไว้ว่าต้องหาเสียงสนับสนุนให้ได้ 376 เสียง และได้มีการประชุมกันในการเลือกนายกรัฐมนตรีไปแล้ว 2 ครั้ง ก็ยังไม่ประสบความสําเร็จ

ในการได้ 376 เสียง กลุ่ม 8 พรรคคงจะต้องไปหารือกันว่าจะดําเนินการกันอย่างไรต่อไป หลังจากการเลือกตั้งไปแล้ว เรามีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์อยู่ 8 ท่าน หนึ่งท่านไม่ผ่านเกณฑ์ไปแล้วยังเหลืออีก 7 ท่าน ก็ยังเป็นเรื่องของ 8 พรรคการเมืองจะดําเนินการกันต่อไป 

ส่วนพรรคการเมืองอื่นยังไม่มีใครขยับอะไรในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ดี พรรคการเมืองให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่มีการเสนอชื่อแข่งขัน ก็เหมือนกับพรรคที่หนึ่งจัดรัฐบาลก่อน เสนอชื่อไปก่อน เมื่อไม่ผ่านแล้วก็คงจะไล่ลําดับมาพรรคที่สอง ที่จะดําเนินการกันต่อไป ซึ่งแคนดิเดตนายกฯ จะเป็นใครจากพรรคอันดับสองก็ยังไม่ทราบเป็นเรื่องของ 8 พรรค 

นายสุวัจน์ ย้ำว่า การเมืองไม่มีทางตัน อย่างไรก็ได้นายกฯ ได้รัฐบาลใหม่ ด้วยระบบรัฐสภา ด้วยระบบกติกาต่างๆ และความตั้งใจของทุกฝ่ายที่อยากจะเห็นการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อย เพราะทุกคนให้เกียรติกัน เพียงแต่ต้องให้เวลา ตอนนี้ประธานรัฐสภา นัดวันที่ 27 ก.ค.นี้ 

ฉะนั้น ในช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่การเมืองต้องมาหารือกันในส่วนของ 8 พรรคว่าจะดําเนินการอย่างไรต่อไป ตามลําดับอาวุโส ลําดับเสียงข้างมาก ซึ่งอันนี้ถือเป็นประเพณีทางการเมืองที่ได้เกิดขึ้นในการเมืองยุคปัจจุบัน ที่ทุกพรรคการเมืองให้เกียรติซึ่งกันและกัน

"อันนี้ต้องถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นบรรยากาศการเมืองที่ดี ฟังเสียงประชาชนให้พรรคที่หนึ่งก่อน แล้วก็มาพรรคที่สองมาตามลําดับ ต้องให้เวลาให้ทุกอย่างดําเนินการไปให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กติกาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง"