thansettakij
thansettakij
“อันวาร์ สาและ”พ้นส.ส.ปชป.ทางการ ร่ายจม.ทิ้งบอมบ์ ก่อนซบ พปชร.

“อันวาร์ สาและ”พ้นส.ส.ปชป.ทางการ ร่ายจม.ทิ้งบอมบ์ ก่อนซบ พปชร.

16 ธ.ค. 65 | 09:53 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ธ.ค. 65 | 16:57 น.

“อันวาร์ สาและ”ยื่นลาออกจากสมาชิก "ประชาธิปัตย์" อย่างเป็นทางการ ส่งผลพ้นส.ส.ปัตตานี ร่ายจม.ทิ้งบอมบ์ ก่อนซบ พปชร.

 

วันนี้ (16 ธ.ค.65) นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ตนได้ทำหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ส่งถึงนายทะเบียนพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.65 เป็นต้นไป


“เป็นการลาออกจากพรรคที่ผมรักและศรัทธาในอุดมการณ์ โดยเข้าพรรคมาตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน รวมเวลาถึง 17 ปี หลังจากผมได้ขอประชามติจากพี่น้องประชาชนชาวปัตตานีเขต 1 เห็นพ้องแล้วว่า พรรคที่ผมจะไปสังกัด คือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต้องสามารถแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ เบื้องต้นคือ การยกเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 2 อำเภอของปัตตานีแล้ว คือ อ.ยะหริ่ง และ อ.ไม้แก่น” นาวอันวาร์ กล่าว


นายอันวาร์ กล่าวด้วยว่า ตนได้สะท้อนความในใจผ่านหนังสือลาออกดังกล่าวด้วย ซึ่งการลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ส่งผลให้ตนขาดจากการเป็น ส.ส.ในสภาฯ ไปด้วย โดยวันที่ 19 ธ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาของคนในพื้นที่ด้วย


สำหรับสาระในหนังสือลาออกของนายอันวาร์ สรุปใจความได้ว่า หลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งเมื่อปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้จากที่เคยมี ส.ส. 161 คน ได้มาเพียง 52 คน ตนเป็นรองเลขาธิการพรรค มีหน้าที่ คือ การช่วยคิด ช่วยทำเพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศหันมาสนับสนุนพรรคอีกครั้ง จึงเสนอการแก้ไขปรับปรุงพรรคด้วยวิธี ทำสิ่งถูกให้เป็นถูก สิ่งผิดให้เป็นผิด 


แต่เมื่อนำเสนอด้วยวาจาต่อที่ประชุมพรรคให้ผู้บริหารพรรคแก้ไข ก็ไม่เป็นผล จึงได้ทำบันทึกเป็นเอกสารยื่นต่อพรรคเพื่อให้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และเตือนผู้บริหารพรรคว่า หากไม่สนใจแก้ไขจะมีสมาชิกพรรคทยอยลาออก ซึ่งที่สุดก็เป็นความจริงคือ มีสมาชิกพรรคได้ลาออกไปแล้วกว่า 30 คน 


ส่วนตัวแม้จะเคยถูกผู้ทรงอิทธิพลในพรรค ขู่ว่าไม่ส่งลงสมัครส.ส.อีก เพราะอ้างผลโพลว่าตนจะแพ้ แต่สุดท้ายตนก็ชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส.ติดต่อกันถึง 4 สมัย การขอลาออกครั้งนี้ ตนยังยึดเหตุผลเดิมที่เคยแจ้งไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อพรรคแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนเดิม อุดมการณ์เดิมของพรรคต้องทำจริงไม่ใช่ ดีแต่พูด 


ล่าสุดมีข่าวปรากฏในสื่อว่า มีการรวมรายชื่อเพื่อจะปลดผู้บริหารพรรค ยิ่งทำให้พรรคเสียหายมาก ตนจะไม่พูดถึง นอกจากขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่า เลิกโกหกบิดเบือน ควรต้องยืนอยู่บนความเป็นจริง อะไรที่ทำผิดไปแล้ว ก็ควรขอโทษพี่น้องประชาชน  ขอให้พระเจ้าคุ้มครองเพื่อนๆ ที่เป็นคนดี และจะยังอยู่ในพรรคต่อไปให้พบแต่สิ่งที่ดีงาม