
“วรนัยน์ วาณิชกะ”นำทีมคนรุ่นใหม่ซบ“พรรคชาติพัฒนากล้า”เปิดตัวพรุ่งนี้
“วรนัยน์ วาณิชกะ” อดีตหัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด นำทีมคนรุ่นใหม่ ร่วมงานการเมืองพรรคชาติพัฒนากล้า “กรณ์ จาติกวณิช” แถลงเปิดตัวพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 21 พ.ย.2565 นี้ เวลา 10.00 น. นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า จะแถลงเปิดตัว นายวรนัยน์ วาณิชกะ อดีตหัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ นำทีมคนรุ่นใหม่ ร่วมงานพรรคชาติพัฒนากล้า เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2565 นายวรนัยน์ วาณิชกะ หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ประกาศ : ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด” มีเนื้อหาระบุว่า
หลังจากได้ตรึกตรองมาซักระยะ ผมได้ตัดสินใจดำเนินการลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด ไม่ได้หมายความว่าผมจะวางมือจากการเมือง แต่เป็นการเลือกที่จะหาที่อยู่ใหม่เพื่อเดินเส้นทางเดิม
นั่นคือ เส้นทางสู่การกระจายอํานาจในสองปัจจัยหลัก หนึ่งคือ สิทธิมนุษยชนในความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่อภิสิทธิ์ที่กระจุกอยู่ในมือคนกลุ่มน้อย สองคือ โอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชนทุกคน ไม่ใช่กระจุกความมั่งคั่งในมือของกลุ่มคนไม่ถึง 1% ของประเทศ
หลักการของการขับเคลื่อนเส้นทางนี้คือ คน “รุ่นใหม่” ซึ่งไม่ได้หมายถึงอายุ แต่คือความคิด โลกนี้มีทั้งคนอายุ 70 ที่มีความคิดทันสมัย และคนอายุ 20 ที่มีความคิดดึกดำบรรพ์
เป็นเส้นทางที่ก้าวสู่อนาคตโดยไม่ทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง เพราะไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ใส่เสื้อสีได เป็นติ่งขั้วไหน อนุรักษนิยมหรือเสรีนิยม ประเทศเราขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้ หากเราไม่ร่วมกันวิวัฒนาการ เป็นเส้นทางที่ปูโดยหลักการของประชาธิปไตย ซึ่งควรเป็นบรรทัดฐานในการหาฉันทามติร่วมกันในทุกข้อขัดแย้งของสังคม
ผมได้มีการพูดคุยเบื้องต้นกับบางพรรคการเมือง ซึ่งกําลังพิจารณาดูว่า พรรคใดยินดีให้โอกาสกับจุดยืนและนโยบายที่ผมได้พูดถึงในช่างเวลาเพียงแค่ 1 ปี ของเส้นทางการเมืองของผม (ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเป็นสื่อมวลชนและอาจารย์มหาวิทยาลัย)
พรรคการเมืองที่ผมจะตัดสินใจร่วมเดินทางด้วย คือพรรคที่ยืนดีเปิดรับจุดยืนและนโยบายที่เป็น Center Left (กลางซ้าย)
กลาง คือการวิวัฒนาการร่วมกันทั้งประเทศ ไม่ใช่ไปเพียงแค่ขั้วเดียว ซึ่งเป็นบทเรียนอันซ้ำซากในประวัติศาสตร์ของเรา สองขั้วชักกะเย่อกันจนโดนรถถังชนล้มทั้งประเทศ แต่หากเราจับมือร่วมกัน รถถังก็จะไม่มีข้ออ้างเข้ามา และไม่ใช่การจับมือกันโดยผู้ใหญ่จูงมือผู้น้อย เดินตามหลังอย่างไม่มีปากมีเสียง แต่เป็นการจับมือกันโดยมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน
ซ้าย คือการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ไม่ใช่ยึดติดกับความเหมือนเดิม เพราะปัญหาของประเทศเรา คือโครงสร้างอำนาจที่กระจุก เพราะฉะนั้น จุดยืนของการเข้าร่วมกับพรรคการเมืองของผม คือ หากเข้าไปในสภา จะยกมือให้กับแคนดิเดตนายกฯ ที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชนเท่านั้น ไม่ใช่จาก ส.ว.
นโยบายปฏิรูปโครงสร้างอำนาจการเมือง คือ เลือกตั้งผู้ว่าทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ปกครองพิเศษ เพราะคำว่า “พิเศษ” นั่นแหละ คือความอภิสิทธิ์ คือความเหลื่อมลํ้า ประชาชนในทุกจังหวัดต้องมีความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย
เลือกผู้ว่าของตน : ไม่ใช่ระบบ “นายสั่งมาให้คุม” และผู้ว่าจะต้องมีอำนาจในการบริหารอย่างแท้จริง ไม่ใช่เลือกแล้วก็ต้องมานั่งเป็นลูกหม้อให้รัฐบาลกลาง
เลือกงบประมาณของตน : ไม่ใช่ส่งส่วยภาษี 100% ให้นาย แล้วมานั่งภาวนาว่านายจะปัดเศษให้พอกินพอใช้ พร้อมแนบใบสั่งว่าจะต้องทำอะไร รัฐบาลกลางเป็นผู้ประสานงาน ไม่ใช่เจ้านาย
ทั้งสองสิ่งนี้ คือสิทธิอำนาจทางการเมืองที่จะกำหนดอนาคตของตน
นโยบายปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจที่กระจุกอยู่ในกรุงเทพ ไม่ใช่นโยบายกู้เงินมาแจกจนถังแตกทั้งประเทศ แต่เป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ สร้างงาน สร้างเงิน เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ กาสิโนเสรี จุดประสงค์ไม่ใช่การพนัน แต่คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ท่องเที่ยวจะโตก็ต้องมีสิ่งดึงดูดใหม่ๆ ไม่ใช่เที่ยวของเดิม
เศรษฐกิจจะก้าวกระโดดก็ต้องมีอุตสาหกรรมใหม่ๆ ไม่ใช่ขายแต่ของเดิม คุณภาพชีวิตจะพัฒนาเทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็ต้องมีเงินใหม่อันมหาศาลเข้ามาสะพัดในระบบ ไม่ใช่แตกแบงก์เงินเก่า เงินภาษีกาสิโนเข้าจังหวัด เอามาพัฒนาโรงเรียน โรงพยาบาล ถนนหนทาง ไม่ต้องรอขอจากรัฐกลาง ส่วนแบ่งภาษีของรัฐบาลกลาง เอามาตั้งกองทุนสตาร์ทอัพให้นักศึกษาพึ่งจบ และเพิ่มงบในกองทุนเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ สรุปคือ ขับเคลื่อนอนาคตของประเทศพร้อมกับดูแลพ่อแม่ของเรา
จะเป็นบาปหรือเป็นบุญ ให้ประชาชนในพื้นที่ตัดสินใจ ประชามติว่าควรทำหรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนในแต่ละจังหวัด แต่ไม่ได้หมายความว่ามีได้ทุกจังหวัด ไม่เกินสามพื้นที่ทั่วประเทศ ยุทธศาสตร์แต่ละภูมิภาค ที่แน่ๆไม่ต้องทําในหรือใกล้กรุงเทพ ทั้งประชากรและเศรษฐกิจกระจุกแออัดพอแล้ว สร้างงาน สร้างเงินที่อื่น สร้างโอกาสให้คนกระจายออกจากเมืองหลวง
นโยบายเศรษฐกิจต้องพลิกโฉม ไม่ใช่ประชาชนมีเงิน 5 บาท แจกให้อีก 1 บาท แต่ก็ยังจนอยู่ดี นโยบาย Soft Power สิ่งแรกที่ควรเข้าใจ Soft Power เป็นกระบวนการของการเมืองระหว่างประเทศตามขั้นตอนดังนี้
ส่งออกวัฒนธรรมร่วมสมัย หากชาวโลกลุ่มหลง มันก็จะต่อยอดสู่ความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้า และส่งผลให้สถานะของประเทศและอำนาจในการต่อรองบนเวทีโลก
ฮอลลีวู้ด J-Pop K-Pop คือ เครื่องมือ Soft Power ที่ช่วยให้อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ประสบความสำเร็จบนเวทีโลก เพราะฉะนั้น Soft Power ของไทยคืออะไร ? ที่แน่ฯไม่ใช่ข้าวเหนียวมะม่วง ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์และไม่ใช่บุคคล
คำถามคือ ชีพจรของชาวโลกต้องการอะไร ? คำตอบคือ วัฒนธรรม LGBTQ+ ร่วมสมัยของไทย ซึ่งมีศักยภาพอยู่แล้วในการผลิต Series Y และวงดนตรี ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปถึงแบรนด์เศรษฐกิจโดยเฉพาะอุตสาหกรรมไลฟสไตล์และแฟชั่น ซึ่งสามารถนำไปสู่ Bangkok Pride Parade เป็นเทศกาลระดับโลก ต่อยอดไปการท่องเที่ยว และสร้างสถานะของประเทศไทยบนเวทีโลกว่า
นี่คือ แบบอย่างของประเทศที่ทันสมัยและมีสิทธิ์เสรีภาพ แต่ Soft Power นี้จะทำไม่ได้ หาก “สมรสเท่าเทียม” ไม่เกิดขึ้นจริง หาก “เสรีภาพของประชาชน” ยังถูกริดรอน คำถามที่ฮึกเหิมคือ พรรคการเมืองไหนทำได้ ? คำถามที่เศร้าสลดคือ มีกี่พรรคที่เข้าใจว่า Soft Power คืออะไร ?
กระจายอำนาจ กระจายโอกาส คือจุดเป้าหมายบนเส้นทางการเมืองของผม “ให้มันเกิดในรุ่นเรา” คือสโลแกนที่ควรผลักดันให้เป็นฉันทามติ เพราะ “เรา” คือ คนไทยทุกคน






