
"ก้าวไกล" จัดหนัก "รมต.จุติ" จ่อยื่นป.ป.ช.ฟัน ปมดึง บ.เซ็มโก้ รับงานการเคหะ
"ส.ส.ก้าวไกล ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์" อภิปรายไม่ไว้วางใจ จัดหนัก "จุติ ไกรฤกษ์" จ่อยื่นป.ป.ช.ปมทุจริตการเคหะผ่าน "เซ็มโก้" พร้อมเปิดชื่อ "นาย จจร." คนสนิทป่วนอยู่เบื้องหลัง
วันที่ 19 ก.ค. 65 เวลา 21.06 น. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายยจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกล่าวหานายจุติ โดยเล่าย้อนไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ที่นายจุติ เข้ารับตำแหน่งรมว.พม. ถึงวันนี้ประมาณ 3 ปี ที่ยังมองไม่เห็นความพัฒนาในสังคมด้านใดที่ดีขึ้นเลยยังไม่เห็นความมั่นนคงในชีวิตของประชาชนเลย โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย ภายใต้การดำเนินการของการเคหะฯ
ซึ่งการเคหะฯมีโครงการก่อสร้างไปแล้วเกือบล้านยูนิต งบประมาณลงทุนที่ผ่านมาหลายแสนล้านบาท การไปดูแลที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย แต่ไม่ควรบริหารจัดการให้มีคุณภาพน้อยตามไปด้วย
พร้อมกันนี้ นายณัฐชา ได้กล่าวว่า นายจุติเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2562 ก็เริ่มแต่งตั้งคนของตัวเองมานั่งเป็นบอร์ดการเคหะฯ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ซึ่งไม่ว่ารัฐมนตรีคนไหนก็ตั้งคนที่ท่านไว้ใจได้เข้ามาดูแล ก็ไม่ว่ากัน แต่เมื่อไล่ดู ท่านตั้งคนสนิทคนหนึ่งที่ไม่ชอบมาพากลอักษรย่อ "นายจรร." ซึ่งมีประวัติโชกโชนด้านการเงิน เป็นนักปั่นหุ้น นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์มาแล้วหลายบริษัท และเป็นคนสนิท คนใกล้ชิด แบบชนิดที่ว่าอยากได้เท่าไหร่บอกมา พี่จัดให้
"และนายจจร.คนนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะสนิทกัน สนิทกันตั้งแต่นายจุติเป็น รมว.ไอซีที เมื่อปี 2553 โดยนายจรร.เป็นที่ปรึกษา และสนิทกันแบบที่ว่า ข่าวในสมัยนั้นบอกว่านายจรร.คนนี้ปล่อยให้รัฐมนตรีเป็นตัวของตังเองบ้าง และรมว.ไอซีที ขณะนั้นโครงการฉาวโฉ่คือโครงการการไปพัวพันการทุจิต 3 จี ซึ่งท่านโยนเรื่องให้ลูกน้องไปหมดแล้ว แต่มาวันนี้เรื่องมันใกล้เคียงกัน ที่ตั้งคนสนิทเป็นบอร์ทการเคหะฯ และบอร์ทกำลังกระทำการอย่างหนึ่งออย่างใดให้สูญเสียผลประโยชน์ของชาติมากมาย"
จากนั้น นายณัฐชา กล่าวถึงโครงการสร้างบ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อยเช่า ชื่อโครงการว่า เคหะสุขประชา ปีละ2หมื่นยูนิต รวม 5 ปี 1 แสนยูนิต นอกจากนี้กลัวโครงการจะไม่ผ่าน จึงแอบอ้างว่าโครงการนี้ทำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จะเปิดโครงการ 2 หมื่นยูนิต ทุกๆ วันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เป็นเวลา 5 ปี จนสร้างเสร็จครบ 1 แสนยูนิต จึงอยากทราบว่าท่านได้ทำเรื่องขอไปถึงสำนักพระราชวังหรือยัง ประเด็นนี้ต้องตอบ เพราะโครงการนี้ คนในการเคหะฯไม่เห็นด้วย เนื่องจากยังมีบ้านการเคหะอีกนับหมื่นยูนิตที่นำมาให้เช่าได้ และยังอ้างว่าเป็นโครงการนำร่องจึงไม่ต้องผ่านครม.
และเมื่อผลการศึกษาความคุ้มทุนออกมาว่าโครงการนี้หากจะคืนทุนต้องใช้เวลาถึง 200 ปี ก็สั่งให้ปั่นตัวเลขใหม่จนเหลือ 25 ปี พร้อมใส่โครงการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสาน ขุดบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ปลูกผัก ปลูกเลม่อน แล้วเอารายได้จากการขายผัก ขายไข่ มาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเพิ่มตัวเลข EIRR ของโครงการ
นายณัฐชา กล่าวว่า สิ่งที่แย่กว่ากระบวนการผลักดันโครงการคือกระบวนการจัดทำโครงการ โดยมีการสั่งการแยกโครงการถมดินกับโครงการก่อสร้างออกจากกัน ซึ่งการทำแบบนี้การเคหะฯไม่เคยทำมาก่อน ผลที่ตามมาคือโครงการนี้มีแต่ถมดินทิ้งไว้โดยไม่มีการก่อสร้าง ปล่อยทิ้งไว้นานนับปี
และแผนกินเหนือเมฆของนายจุติและขบวนการไม่ได้มีเพียงการกินรายโครงการเท่านั้น แต่ยังไกลไปถึงกินรวบและกินยาว ผ่านการรวบรวมขุมทรัพย์ทั้งหมดขของการเคหะฯ มาไว้ที่บริษัทลูกเพียงแห่งเดียว เพื่อสามารถรับงานได้ทั้งหมด ตั้งแต่รับเหมาก่อสร้างงไปจนถึงการดูแลผลประโยชน์เก็บค่าเช่าต่างๆ แล้วดันเข้าตลาดหุ้นเพื่อให้ตัวเองหรือเครือข่ายสามารถเข้าไปถือหุ้นและหาประโยชน์ได้ แม้ว่าจะหมดวาระการเป็นรัฐมนตรีไปแล้ว เพราะโครงข่ายของตนเองยังคงอยู่หรืออมีอิทธิพลต่อไปในบอร์ดการเคหะฯ
แผนนี้นายจุติ ต้องการทำผ่านบริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด หรือ เซ็มโก้ ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่มีอยู่แล้ว เพื่อแต่งตัวนำเข้าตลาดหุ้น จึงได้ปั่นตัวเลขจากการนำไปรับเหมาถมดินในโครงการเคหะสุขประชา ทั้งที่ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย
ทำให้ปี 2563 ปีเดียวบริษัทเซ็มโก้รับงานขุดดินทำรายได้ 821 ล้านบาท โดยไม่ต้องผ่านอีบิดดิ้ง โดยการเคหะฯอ้างว่าถือหุ้นเซ็มโก้มากกว่า 25 เปอร์เซนต์ เลยเข้าข้อยกเว้น ตามพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ประกอบกับกฎกระะทรวงปี 2561 ให้สามารถจ้างบริษัทเซ็มโก้แบบเฉพาะเจาะจงได้ ทั้งที่บริษัทเซ็มโก้ตั้งตามมติครม.ปี 2537 ไม่เคยรับงานก่อสร้างถมดินมาก่อน ไม่มีทั้งวิศวกร บุคคลากร หรือเครื่องมือ เพราะวัตถุประสงค์ตั้งขึ้นมาเพื่อดุแลนิติบุคคลหมู่บ้าน คอนโด คอนเป็นตัวแทนเก็บค่าเช่า ค่าส่วนกลางให้การเคหะฯ
เรื่องนี้ผู้ว่าการเคหะฯคนใหม่ที่มาจากเครือข่ายนายจุติสั่งแก้ระเบียบให้ไม่ต้องมีผลงานก่อสร้างมาก่อนก็รับได้ และยังให้บริษัทเซ็มโก้ รับงานจากการเคหะกี่ร้อยสัญญาก็ได้ ไม่ถูกจำกัดไว้ที่ 3 สัญญาเหมือนผู้รับเหมารายอื่น นอกจากนี้เซ็มโก้ยังเบิกเงินล่วงหน้าได้ 15 เปอร์เซนต์ ก่อนส่งงวดงาน สุดท้ายเซ็มโก้ก็ต้องไปจ้างช่วงบริษัทรับเหมาเจ้าอื่นมาทำงานแทน แบบนี้จะจ้างเซ็มโก้ไปหักหัวคิวทำไม
“เรื่องนี้คงปล่อยผ่ายไม่ได้ หลังจบอภิปรายคงต้องยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป ด้วยกระบวนการปั่นตัวเลขแบบนี้ แม้เบื้องต้นแผนเอาเซ็มโก้เข้าตลาดเหมือนจะเดินไปด้วยดี แต่สุดท้ายผู้ถือหุ้นบริษัทเซ็มโก้ไม่เอาด้วย จึงนำไปสู่มหากาฬเรื่องต่อไปคือการดึงเคหะสุขประชาออกจากเซ็มโก้มาอยู่ที่บมจ.เคหะสุขประชา บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่เพื่อรับบทบาทแทนบริษัทเซ็มโก ทั้งนี้หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในแผนกินเหนือเมฆครั้งนี้คือนายจรร. ซึ่งเป็นคนสนิทของนายจุติ”นายณัฐชากล่าว






