
'ชัชชาติ'แจงชัด ที่มาบ้านหรู 72 ล้านในอเมริกา เป็นชื่อลูกชาย ตรวจสอบได้
'ชัชชาติ' เคลียร์ชัดกรณีโลกออนไลน์ว่อนภาพบ้านหรูในซีแอตเทิล แจงที่มาเป็นบ้านที่ซื้อจากเงินขายที่ดินมรดก มูลค่าตอนซื้อประมาณ 49 ล้านบาท ปัจจุบันราคาราว 72 ล้าน ซื้อในนามภรรยาก่อนโอนให้บุตรชายเมื่อเรียนจบ ยันมีหลักฐานทุกขั้นตอน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ เผยแพร่ทางช่อง Mcot HD 30 วันนี้ (15 มิ.ย.) กรณีโลกออนไลน์มีการแพร่ภาพ บ้านหรู เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และมีสวนหย่อมหน้าบ้าน ราคา 72 ล้านบาท ตั้งอยู่ในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า บ้านหลังนี้มีชื่อ นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ "น้องแสนดี" บุตรชาย เป็นเจ้าของบ้านตัวจริง
โดยก่อนหน้านี้ บ้านหลังดังกล่าวได้รับการโอนจากนางปรมินทร์ทิยา สิทธิพันธุ์ (ชื่อเดิมปิยดา) มารดาของนายแสนปิติ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา มีการประเมินราคาจากฐานภาษี ที่ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 58 ล้านบาท ขณะที่ราคาในท้องตลาดอยู่ที่ 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 72 ล้านบาท
นายชัชชาติซึ่งเพิ่งกลับจากซีแอตเทิลหลังไปร่วมงานรับปริญญาของบุตรชายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อธิบายว่า ราว 7 ปีก่อน เขาได้รับมรดกที่ดินย่านพระราม 4 ที่มารดา (นางจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์) ยกให้คนละ 1 ไร่ กับนายแพทย์ฉันชาย สิทธิพันธุ์ (พี่ชายฝาแฝดของนายชัชชาติ) สินทรัพย์ส่วนนี้เคยแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว ต่อมามีคนขอซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าว เป็นช่วงที่นายแสนปิติกำลังย้ายไปเรียนที่สหรัฐพอดี โดยมีการวิเคราะห์ว่า อสังหาริมทรัพย์ขณะนั้นที่สหรัฐยังไม่แพงมาก ซึ่งเงินจากการขายที่ดินได้ กับเงินที่จะซื้อบ้าน(ในสหรัฐ)เป็นจำนวนมากพอ จึงตัดสินใจซื้อบ้านที่ซีแอตเทิลด้วยราคา 1.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 49 ล้านบาท) เพื่อให้เป็นที่พำนักระหว่างการศึกษาในต่างประเทศและเป็นการลงทุนให้บุตรชาย โดยใส่เป็นชื่อของนางปรมินทร์ทิยา สิทธิพันธุ์ ภรรยาของนายชัชชาติ เนื่องจากนายแสนปิติ ผู้เป็นบุตรชายยังไม่บรรลุนิติภาวะในช่วงขณะนั้น
กระทั่งเมื่อนายแสนปิติเรียนจบ มีความคิดว่าจะขายบ้านหลังนี้ แต่ได้รับคำแนะนำจากนายหน้าขายบ้านว่า ให้โอนเป็นชื่อนายแสนปิติก่อนด้วยเหตุผลเรื่องภาษี ซึ่งก็ทำการโอนตามขั้นตอนปกติ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถหาดูหลักฐานได้บนออนไลน์ โดยมีหลักฐานตั้งแต่การยื่นแจ้งที่ดินต่อ ป.ป.ช. หลักฐานการโอนที่ดินให้ลูก หลักฐานที่ศาลให้ดูแลเงินก้อนนี้เพราะบุตรชายยังเด็ก ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งการซื้อการโอนที่มีชื่อปรากฏทั้งหมด
"เราไม่ได้มีความกังวลในเรื่องการตรวจสอบ ผมอยู่ในจุดนี้พร้อมให้ตรวจสอบ แต่กังวลเรื่องความปลอดภัย ขออย่าเผยแพร่รายละเอียดที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัว เป็นเรื่องความปลอดภัย หากต้องการส่งต่อรบกวนให้ช่วยลบที่อยู่ออก" นายชัชชาติกล่าว พร้อมอธิบายว่า ระบบของอเมริกามีการบันทึกข้อมูลที่เป็นสาธารณะ สามารถตรวจสอบได้ว่า ซื้อเท่าไหร่ บังเอิญในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้อยู่ในแวดวงการเมืองจึงไม่มีข้อมูลเหล่านี้บันทึกอยู่ กรณีทรัพย์สินบ้านหลังนี้ไม่ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช. แต่อย่างใด เนื่องจากเคยแจ้งตั้งแต่การขายที่ดินและได้โอนเงินส่วนนี้ให้ลูก ซึ่งมีรายละเอียดที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า มีการโอนชื่อบ้านหลังนี้ให้นายแสนปิติก่อนการลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน นายชัชชาติตอบว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะขายบ้าน แต่เมื่อบุตรชายเรียนจบและเมื่อคิดว่าจะขายบ้าน นางปรมินทร์ทิยา (ภรรยา) ไม่ได้อยู่ที่สหรัฐต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี หากขาย(ขณะบ้านเป็นชื่อของภรรยา) จะทำให้ต้องเสียภาษีที่แพงขึ้น จึงได้รับคำแนะนำมาว่าให้โอนบ้านไปเป็นนายชื่อของนายแสนปิติก่อน หากนายแสนปิติเรียนต่อหรืออยู่ต่อเกิน 2 ปี จะทำให้สามารถลดภาษีได้ สูงสุดกว่า 20% ซึ่งนายแสนปิติก็เป็นเจ้าของที่แท้จริง ไม่ใช่ข้อมูลที่ต้องปกปิดอะไร





