เปิดประวัติ สิระ เจนจาคะ หลังถูกศาลรธน.วินิยฉัยพ้นส.ส.กทม.

22 ธันวาคม 2564

เปิดประวัติ สิระ เจนจาคะ หลังถูกศาลรธน.วินิจฉ้ยสิ้นสุดสภาพส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ พรรคพลังประชารัฐ เหตุขาดคุณสมบัติส.ส.จากคดีฉ้อโกง

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพส.ส.ของ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา98 (10) จากกรณีเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดของของศาลแขวงปทุมวัน จากการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตาม มาตรา341 ประมวลกฎหมายอาญา โดยให้ตำแหน่งส.ส. ว่างลงนับแต่วันที่ศาลมีคำวินิจฉัย คือวันนี้ 22 ธ.ค.2564 

 

สำหรับ สิระ เจนจาคะ เกิดวันที่ 5 ม.ค.2507 ปัจจุบันอายุ 57 ปี ที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นบุตรของนายสมโภชน์ และนางจรี เจนจาคะ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี จากหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (การจัดการ) มหาวิทยาลัยเกริก

ด้านชีวิตครอบครัว สมรส 2 ครั้ง ครั้งแรกกับนางสาววิภาวี คุปติมาลาธร มีบุตรด้วยกัน 2 คน และครั้งที่สองกับนางสรัลรัศมิ์ เตชะจิรสิน ไม่มีบุตรด้วยกัน

 

สิระ เกิดในครอบครัวใหญ่ เป็นลูกคนที่ 9 จากทั้งหมด 13 คน ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจนถึงตัดสินใจเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ

                                      เปิดประวัติ สิระ เจนจาคะ หลังถูกศาลรธน.วินิยฉัยพ้นส.ส.กทม.


สิระ เคยเล่าว่า เขาทำมาหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ขายก๋วยเตี๋ยว เซลล์ขายรถยนต์ รวมถึงช่วงหนึ่งยังเคยเดินแบบ ในช่วงที่เป็นเซลล์ขายรถยนต์ ด้วยความมุ่งมั่นใจตั้งใจ ทำให้สามารถเป็นเจ้าของกิจการรถเบนซ์ วอลโว่ และ รถยุโรป

 

เวลาต่อมาชีวิตได้เจอกับมรสุมลูกใหญ่ ช่วงวิกฤติฟองสบู่แตก ชีวิตพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ กินนอนที่ท้องสนามหลวง หรือ บางครั้งก็ตามป้ายรถเมล์ อาบน้ำที่ใต้สะพานปิ่นเกล้า ดำรงชีวิตด้วยการเก็บขวดขาย ใช้ชีวิตแบบนี้ประมาณ 2 เดือน ตัดสินใจเข้าไปขอประนีประนอมกับเจ้าหนี้

 

ขณะนั้นติดหนี้อยู่ 3 ล้านบาท ไม่นานก็สามารถชดใช้หนี้จนหมดจากการหันมาเปิดสำนักงานกฎหมายที่พัทยา

                         เปิดประวัติ สิระ เจนจาคะ หลังถูกศาลรธน.วินิยฉัยพ้นส.ส.กทม.

ต่อมา หันมาเอาดีธุรกิจบ้านทรงไทย เริ่มจากการซื้อเศษไม้เก่าๆ มาสร้างเป็นศาลาทรงไทย จนสามารถเป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการบ้านทรงไทย

 

นายสิระ เคยเป็นผู้จัดการบริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด เมื่อปี 2557 - 2562 และเคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านสังคม เมื่อปี 2557 – 2558

 

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด และกรรมการบริษัท วิภาวดีพาเลซ จำกัด

                        เปิดประวัติ สิระ เจนจาคะ หลังถูกศาลรธน.วินิยฉัยพ้นส.ส.กทม.

ส่วนเส้นทางการเมือง นายสิระ เริ่มเข้าสู่ถนนการเมือง เมื่อปี 2554 โดยลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร(กทม.) ในนามพรรครักษ์สันติ เขต 11 เขตหลักสี่ แต่สอบตก พ่ายแพ้ให้กับ สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

 

ต่อมา สิระ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2561 โดยให้เหตุผลว่า ได้รับอนุญาตจากอดีตพระพุทธะอิสระ ให้มาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทำงานต่อ เพราะมีอุดมการณ์เดียวกัน

 

ขณะที่ในการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี 2562 ได้ลงสมัครเป็น ส.ส.กทม. เขต 9 เขตหลักสี่ ในนามพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โดย นายสิระ ได้ 33,321 คะแนน ชนะเป็นอันดับที่ 1 พลิกโค่นแชมป์เก่าอย่าง นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยที่ได้ 30,564 คะแนน

 

สิระ เคยมีวีรกรรม กรณีปะทะกับตำรวจภูเก็ต เมื่อมีคลิปเหตุการณ์ที่นายสิระ ต่อว่า พ.ต.ท.ประเทือง ผลมานะ รองผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรกะรน ระหว่างลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยไม่พอใจที่ไม่มีตำรวจไปดูแล เนื่องจากมีการจัดเวทีชาวบ้านและตนเองถูกขู่ฆ่า แพร่หลาย ในโลกออนไลน์ 

                              เปิดประวัติ สิระ เจนจาคะ หลังถูกศาลรธน.วินิยฉัยพ้นส.ส.กทม.

เหตุการณ์สรุปได้ว่า นายสิระเดินทางมาตรวจสอบคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่ง โดย พ.ต.ท.ประเทืองได้ตามมาอำนวยความสะดวก นายสิระได้พูดเชิงออกคำสั่งให้ตำรวจสั่งระงับการก่อสร้าง และการดำเนินการของอาคารชุดดังกล่าวเนื่องจากพบว่าสร้างบนที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ

 

พ.ต.ท. ประเทือง กล่าวว่า การดำเนินการต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ไม่สามารถสั่งระงับหรือดำเนินคดีได้ทันที ทำให้นายสิระเริ่มแสดงอาการไม่พอใจ และหยิบยกเรื่องที่ตำรวจไม่ส่งคนมาดูแลตนและคณะ ส.ส. มาตำหนิ

 

“แจ้งมาแล้วว่ามี ส.ส. 8 คนจะมาเรื่องนี้ ไม่มีการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย นี่พูดตรงๆ นะ ยังสงสัยอยู่ พี่ลงพื้นที่อื่น เขา (ตำรวจ) ก็มาดูแล...ทุกที่ที่เราไป ที่นี่ไม่มีเลย"” 

 

สำหรับ สิระ เจนจาคะ ได้เข้าสู่วงการมวย ในฐานะหัวหน้าค่าย “ส.สิระดา” ซึ่งแฟนมวยรู้จัก ในนาม เสี่ยวอลโว่ ซึ่งเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ วังจั่นน้อย ส.สิระดา นักมวยดังค่าตัวเงินแสน ที่ได้รับรางวัลยอดมวยไทยของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยปี 2536

 

 

*ขอขอบคุณข้อมูลประวัติบางส่วนจากวิกิพีเดีย