svasdssvasds

“พรรคกล้า”เปิดแนวคิด 8 ประตูนำ“เป๋าตัง” เป็น “เป๋าโต”

08 ธ.ค. 2563 เวลา 7:02 น. 196

พรรคกล้าเปิดแนวคิด “8 ประตูนำ “เป๋าตัง” เป็น “เป๋าโต” ขยายผลคนละครึ่ง กุญแจปฏิรูประบบราชการ ผลักดันเป็นแพลตฟอร์มแห่งชาติ สู่ศตวรรษที่ 21 

ที่อาคารเอเชียบิวดิ้ง วันที่ 8 ธันวาคม 2563 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วย นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคฯ และทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก ร่วมกันแถลงข่าวถึงแนวคิด “8 ประตูนำ เป๋าตังเป็นเป๋าโต” ขยายผลโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาล เพื่อเป็น “SuperApp” สำหรับประชาชนคนไทยทุกคน

 

นายกรณ์ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเกิดจากความต้องการเติมความสามารถของแอพเป๋าตัง และโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จากระดับฐานราก ซึ่งหากเราเพิ่มความสามารถแอพให้มากขึ้น ก็จะเป็นเครื่องมือของภาครัฐในการให้บริการประชาชนได้อย่างหลากหลายมากขึ้น

 

วัตถุประสงค์หลักของพรรคกล้าในวันนี้คือ เราต้องการที่จะสร้างโอกาสให้กับคนไทยทุกคน สอดคล้องกับจุดเริ่มต้นของพรรคกล้าเรามีหลักคิด 4 ประการที่นำไปสู่การกำหนดทุกนโยบายและข้อเสนอของพรรคคือ

 

1. เราต้องการให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสอยู่ดีกินดี

 

2. เราต้องการให้ประชาชนคนไทยอยู่ดีมีความสุข

 

3. เราต้องการให้ประชาชนทุกคน มีความรู้สึกว่ามีโอกาสก้าวหน้าในชีวิต

 

และ 4.เมื่อตกที่นั่งลำบากประชาชนทุกคนต้องมีที่พึ่ง จึงเป็นที่มาของข้อเสนอพรรคกล้าที่จะต่อยอดโครงการ แอพลิเคชั่นเป๋าตังและ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และระบบราชการที่ล้าหลังและเป็นตัวถ่วงสำคัญ

 

ดังนั้น อะไรที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน เพิ่มความโปร่งใส ลดการทุจรติคอรัปชั่น ที่สำคัญคือลดต้นทุนงบประมาณที่ใช้ในระบบราชการ นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและประชาชนมีโอกาสเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรหยุดเพียงแค่กระตุ้นเศรษฐกิจ หรือหยุดแค่การลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการนี้เท่านั้น” หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว

              “พรรคกล้า”เปิดแนวคิด 8 ประตูนำ“เป๋าตัง” เป็น “เป๋าโต”    “พรรคกล้า”เปิดแนวคิด 8 ประตูนำ“เป๋าตัง” เป็น “เป๋าโต”

สำหรับข้อเสนอ 8 ข้อของพรรคกล้าที่จะช่วยให้ระบบราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้นประกอบด้วย

 

1.ประตูเปิดสู่ National e-Marketplace แรกของคนไทยเอง เนื่องจากปัจจุบันการซื้อขายจะอยู่บน E-marketplace ของต่างประเทศ แอพเป๋าตังจะสามารถต่อยอดเพื่อให้เกิดได้

 

2.ประตูเปิดสู่ การหยุดข้อมูลรั่วไหลไปสู่ Platform ต่างชาติ เวลานี้ฐานข้อมูลการซื้อขายของเราอยู่ในมือต่างประเทศ จากนี้ไปเรามีฐานข้อมูลประชาชนมหาศาลแล้ว ดังนั้นสามารถใช้ข้อมูลสร้างแพลตฟอร์มเป็นของเราเองได้

 

3.ประตูเปิดสู่ การเข้าถึง Data เพื่อทุกธุรกิจ ที่จะมีข้อมูลไปต่อยอดการทำธุรกิจได้

 

4.ประตูเปิดสู่การไม่เสียค่า GP เราสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ลดปัญหาดังกล่าวไป 

 

5.ประตูเปิดสู่ ระบบเงินกู้ที่ทุกคนเข้าถึงได้ มาประเมินของตัวเองได้สามารถเข้าสู่การกู้ยืมทุนในระบบได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีที่ดินหรือผู้ค้ำประกัน

 

6.ประตูเปิดสู่ การเป็น Digital ID ของคนไทยทุกคน เราสามารถที่จะแสดงตนต่อระบบราชการได้ ไม่ต้องใช้เอกสารมากมายเหมือนที่ผ่านมา โดยใช้แอพเป๋าตังพัฒนาเป็นดิจิทัลไอดี 

 

7.ประตูเปิดสู่ การเข้าถึงทุกสวัสดิการของรัฐได้อย่างประสิทธิภาพ เช่นอีกไม่นานเราต้องฉีดวัคซีน เราสามารถใช้แอพฯ เพื่อจองคิวและเช็คสิทธิว่าเราจะใช้บริการได้ที่สถานพยาบาลใด 

 

และ 8.ประตูเปิดสู่ การรับสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่สามารถลดขั้นตอนของระบบราชการได้ โดยทั้ง 8 แนวคิดดังกล่าวจะเป็นเสมือนประตูสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการเป็น National Platform และนำไปสู่การปฏิรูประบบราชการ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของพรรคกล้า

                “พรรคกล้า”เปิดแนวคิด 8 ประตูนำ“เป๋าตัง” เป็น “เป๋าโต”     “พรรคกล้า”เปิดแนวคิด 8 ประตูนำ“เป๋าตัง” เป็น “เป๋าโต”

ด้านนายวรวุฒิ อุ่นใจ กล่าวว่า แนวคิดนี้ นับเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาส โดยสามารถใช้มือถือในการสร้างอาชีพต่อยอดจากผู้ใช้แอพเป๋าตังสู่การได้ประโยชน์ต่อประชาชนในอุตสาหกรรมที่หลากหลายทั่วประเทศ โดยแอพเป๋าตังจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วยดิจิทัล ในเมื่อเรามีโครง

 

“ขณะนี้เรามีข้อมูลผู้ใช้สิทธิในโครงการฯ 10 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 15 ล้านคนในเฟสสองต้นปีหน้า มีร้านค้าในระบบมากกว่า 1 ล้าน รัฐบาลในงบประมาณในการดำเนินการกว่า 50,000 ล้านบาท ไม่มีบริษัทเอกชนหรือบริษัทออนไลน์ที่ไหนที่จะใช้เงินขนาดนี้ในการสร้างฐานลูกค้า ได้เท่ากับรัฐบาลไทย ซึ่งอาจจะมีไม่กี่รายในโลกด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเมื่อเรา มีฐานข้อมูลขนาดนี้ เราจะไม่พัฒนาเป็นต่อยอดเป็น E-marketplace ให้เป็นแพลตฟอร์มของคนไทย ถือว่าเสียโอกาสอย่างยิ่ง และเป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่า ดังนั้นรัฐบาลต้องผลักดันและต้องทำให้ได้”

 

รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เป็นเอสเอ็มอี เป็นผู้ค้า แต่หากเราต่อยอดไปเป็นเกษตรกร ให้สามารถขายสินค้าเกษตรในโครงการแบบนี้ จะทำให้เกษตรกรของเราไม่ต้องอาศัยพ่อค้าคนกลาง ไม่ต้องอาศัยล้ง สามารถขายตรงจากสวนได้ทั่วประเทศ และอาจจะขายได้ทั่วโลกในอนาคต

 

นอกจากนี้เรายังสามารถพัฒนาจากออฟไลน์ ไปสู่ออนไลน์ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือประเทศจีนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจของเขาแบบก้าวกระโดดด้วยวิธีการทำธุรกิจผ่านออนไลน์ สมัยก่อนเกษตรกรของจีนก็เหมือนบ้านเราที่ไม่สามารถทำธุรกิจออนไลน์ได้ โครงการคนละครึ่งสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ทำให้คนสูงอายุ สามารถรู้จักการขายออนไลน์ รัฐบาลต้องเข้าไปมีส่วนโดยการฝึกอบรมต่อยอด คนที่ทำออนไลน์ให้ทำให้เป็น และพัฒนาต้นทุนการขนส่งให้ถูกลง

 

เพราะขณะนี้การขนส่งยังมีต้นทุนสูงทำให้ธุรกิจออนไลน์ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร หากรัฐบาลสามารถทำให้การขนส่งถูกลง ก็จะทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด และจะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจไทยไปสู่ดิจิทัลลด ความเหลื่อมล้ำหมดไปก็จะหมดไป และนี่คือโอกาสของคนตัวเล็กอย่างแท้จริง

                                                “พรรคกล้า”เปิดแนวคิด 8 ประตูนำ“เป๋าตัง” เป็น “เป๋าโต”