
พลิกปูม"จิรนิติ-วิรุฬห์-อุดม"ว่าที่ศาลรธน.สายศาลฎีกา
1 สิงหาคม 2562- นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานัดประชุมเพื่อลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 3 คน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 200 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง และมาตรา 12 วรรคสอง และระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 จากผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามทั้งสิ้นจำนวน 6 คน
ผลปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับคะแนน 3 คนแรกและมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่มีอำนาจหน้าที่เข้าประชุมและลงมติในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้แก่ 1.นายวิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 2.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา และ3.นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกาจะเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปยังวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 12 วรรคแปด ต่อไป
พาไปส่องประวัติของ “3 ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” สำหรับ นายวิรุฬห์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกานั้น ปัจจุบันอายุ 67 ปี จบปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมาย เคยดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา, ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา และเป็นอดีตองค์คณะที่ร่วมพิพากษาคดีโครงการจำนำข้าว และคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
ส่วนนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา ปัจจุบันอายุ 64 ปี จบปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายปริญญาโทนิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เคยเป็นผู้พิพากษาประจำกระทรวง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดแม่สอด ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพิษณุโลก ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครสวรรค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกำแพงเพชร,ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา , ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3,ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6,ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค 5,ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 3,รองประธานศาลอุทธรณ์, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1,อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้,ผู้พิพากษาศาลฎีกา,ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5,ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา
ขณะที่นายจิรนิติ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ปัจจุบันอายุ 66 ปี ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมาย ปริญญาโท Master of Lows Harvard University, Master of Comparative Law George Washington University และปริญญาเอก Doctor of Juridical Science George Washington University
เคยเป็นเลขานุการศาลฎีกา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญข้อกฎหมายโดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกา ในปี 2560 เคยเป็นเจ้าของสำนวนและองค์คณะคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีอาญาและแพ่งที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหา นายเกษม นิมมลรัตน์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย คนสนิมของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และอดีตที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงใหม่ กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ






