“สภาเดือด”อภิปราย “บิ๊กตู่”เป็นจนท.รัฐ ขาดคุณสมบัตินายกฯ

05 มิ.ย. 2562 เวลา 9:54 น. 2.6k

ประชุมรัฐสภาเดือด ฝ่ายต้าน"บิ๊กตู่"อภิปรายคุณสมบัติระบุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ขาดคุณสมบัติเป็นนายกฯ ขณะที่ฝ่ายหนุนยืนยันไม่ขาด แก้ปัญหาประชาชนได้ พร้อมอ้างผลงานที่ผ่านมา 

“สภาเดือด”อภิปราย “บิ๊กตู่”เป็นจนท.รัฐ ขาดคุณสมบัตินายกฯ

วันที่ 5 มิ.ย.62 การประชุมร่วมรัฐสภาที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 11.00 น.ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ  เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2562     โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่รองประธานรัฐสภา  โดยมีผู้ได้รับการเสนอชื่อและมีผู้รับรองถูกต้อง 2 คน คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐเป็นผู้เสนอ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่เป็นผู้เสนอ 

“สภาเดือด”อภิปราย “บิ๊กตู่”เป็นจนท.รัฐ ขาดคุณสมบัตินายกฯ

บรรยากาศการประชุม ปรากฏว่าทางพรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตีคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ อย่างดุเดือด โดยพุ่งเป้าในประเด็นเข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ขาดคุณสมบัติเป็นนายกฯ รวมทั้งพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการยึดอำนาจ และวางกฏกติกาเพื่อสืบทอดอำนาจ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าท นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นนายกฯ มาตรา 160 (4) (5) และ (6) ระบุว่าบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม และกำหนดว่าผู้ที่จะมาเป็นนายกฯต้องไม่เป็นข้าราชการพนักงานของรัฐ และต้องไม่เป็นพนักงานของรัฐอื่น ฉะนั้น ถ้ามีการรับรองชื่อคนที่ขาดคุณสมบัติจะต้องรับผิดชอบด้วย

นายปิยะบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ประกอบ 160 พล.อ.ประยุทธ์น่าจะขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ออกมาแล้ว  โดยเฉพาะข้อ5 ที่ระบุว่าต้องยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“สภาเดือด”อภิปราย “บิ๊กตู่”เป็นจนท.รัฐ ขาดคุณสมบัตินายกฯ

ขณะที่น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน  นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์  เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยยกกรณีที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ได้ต่อสู้ประเด็นนี้กับศาลจนถึงศาลฎีกา กระทั่งมีคำวินิจฉัยว่า พลเอก ประยุทธ์ และ คสช. ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ  ทำให้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้มีการขอร้องให้มีการขอเอกสารการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ด้วย เพราะหากมีการโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว อาจจะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์

 

อีกด้านหนึ่งที่เป็นฝ่ายสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ อาทิ นายวีรกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ  นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นต้น ได้อภิปรายยกเหตุผลความเดือดร้อนของประชาชน ว่าเป็นเรื่องที่รอไม่ได้จึงจำเป็นต้องเลือกฝ่ายที่แก้ไขปัญหาได้ทันที ไม่ต้องจัดทัพข้าราชการใหม่ และได้ยกผลงานที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์มาสนับสนุนด้วย

“สภาเดือด”อภิปราย “บิ๊กตู่”เป็นจนท.รัฐ ขาดคุณสมบัตินายกฯ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า ส.ว.ทุกคนมีอิสระในการทำหน้าที่ ไม่ได้ตอบแทนใคร และการจะโหวตเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี จะพิจารณาทั้งข้อมูลของนายธนาธรและพล.อ.ประยุทธ์อย่างรอบคอบ ที่ผ่านมาบ้านเมืองเกิดความวุ่นวายตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์รัฐประหารจนถึงขั้นวิกฤติ มีความแตกแยก เผาบ้านเผาเมืองและเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการรัฐประหาร แต่เกิดจากฝ่ายการเมืองเอง

ระหว่างที่นายเสรี อภิปรายนั้นได้ถูกส.ส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงอยู่ตลอดเวลา โดยนายพรเพช วิชิตชลชัย ประธานส.ว. ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้พยายามไกล่เกลี่ยให้ทุกฝ่ายยุติการประท้วง จนบางครั้งต้องปิดไมค์

“สภาเดือด”อภิปราย “บิ๊กตู่”เป็นจนท.รัฐ ขาดคุณสมบัตินายกฯ