thansettakij
thansettakij
"กกต." แจง 4 ประเด็นข้อสงสัย ยัน! "บัตรเขย่ง" ไม่กระทบคะแนนเลือกตั้ง

"กกต." แจง 4 ประเด็นข้อสงสัย ยัน! "บัตรเขย่ง" ไม่กระทบคะแนนเลือกตั้ง

29 มี.ค. 62 | 10:50 น.

"กกต." แจง 4 ประเด็น ข้อสงสัยโลกโซเชียล ยัน! จำนวนบัตรมากกว่าผู้มาใช้สิทธิ์ 9 ใบ ไม่กระทบคะแนนผู้สมัคร

 

"กกต." แจง 4 ประเด็นข้อสงสัย ยัน! "บัตรเขย่ง" ไม่กระทบคะแนนเลือกตั้ง

 

วันที่ 29 มี.ค. 2562 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขอชี้แจงใน 4 ประเด็นที่มีข้อสงสัย 1.กรณีมีผู้สงสัยว่า ตัวเลขผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ประธาน กกต. แถลงในวันที่ 24 มี.ค. จำนวน 51,205,624 คน กับตัวเลขที่ตนแถลงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. จำนวน 51,239,638 คน มีการเพิ่มขึ้น 34,014 คน อย่างผิดปกตินั้น ที่ประธาน กกต. แถลงเป็นการแถลงเป็นตัวเลข ซึ่งเป็นการคีย์ข้อมูลเข้ามาของกรรมการประจำหน่วย เป็นข้อมูลยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ตนแถลงเมื่อวาน (28 มี.ค.) เป็นข้อมูลจากเอกสารการรายงานผลอย่างเป็นทางการ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ 350 เขตเลือกตั้ง ส่งเข้ามา

2.กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ กกต. แถลงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. จึงเพิ่มขึ้นถึง 4.5 ล้านฉบับ เมื่อเทียบกับจำนวนร้อยละ 93 ที่ประธาน กกต. แถลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค. นั้น ขอชี้แจงว่า ที่ประธาน กกต. แถลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค. นั้น เป็นข้อมูลตามที่ระบบรายงานผล ได้รายงานอยู่ที่ร้อยละ 93 แต่ที่ กกต. แถลงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. มีการรวมผลการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีผู้มาใช้สิทธิ์ราว 2.3 ล้าน รวมถึงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่มีผู้มาใช้สิทธิ์ราว 1 แสนคน เมื่อตัวเลขทบเข้าไป ทำให้จำนวนที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เพราะกระบวนการทั้งหมดมีการตรวจสอบตั้งแต่หน่วยเลือกตั้ง มีการประกาศผลที่หน่วยเลือกตั้งจำนวนบัตรที่ใช้ บัตรที่เหลือ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ และเชื่อว่า ผู้สมัครทุกคนได้บันทึกข้อมูลเหล่านั้นไว้ทั้งหมดแล้ว ไม่มีใครไปเพิ่มผลคะแนนตัวเลขได้

 

"กกต." แจง 4 ประเด็นข้อสงสัย ยัน! "บัตรเขย่ง" ไม่กระทบคะแนนเลือกตั้ง

 

3.กรณีมีข้อสงสัยว่า ทำไมผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 38,268,375 คน กับบัตรเลือกตั้งที่ใช้ 38,268,366 ใบ จึงต่างกันอยู่ 9 ใบ ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า กกต. ไม่ได้มีการตกแต่งตัวเลข ตัวเลขมาจากจังหวัดอย่างไร เราก็รายงานอย่างนั้น ส่วนจำนวนบัตรเลือกตั้งที่น้อยกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์ 9 ใบนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เท่าที่มีการพูดคุยกันในคณะทำงาน คาดว่า การบันทึกข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ์ลงในแบบ ส.ส. 1/3 อาจคลาดเคลื่อน หรือ อาจมีการนับคลาดเคลื่อน เพราะต่างกันแค่ 9 ใบ แต่ยืนยันว่า ไม่กระทบต่อคะแนนของผู้สมัครแต่อย่างใด ซี่ง กกต. จะได้ตรวจสอบว่า เกิดความผิดพลาดขึ้นที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป

4.เรื่องจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้มากกว่าจำนวนรวมของบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน โดยต่างกันอยู่ 2 ใบ จากการพูดคุยในคณะทำงาน อาจมีการนับบัตรที่ใช้ไปจากต้นขั้วบัตรคลาดเคลื่อนไป แต่ก็จะตรวจสอบก่อนว่า เกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งใด และจะรายงานให้ กกต. พิจารณาดำเนินการต่อไป กกต. ถูกตั้งคำถามมาก จึงอยากออกมาชี้แจง เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย

เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ส. มาร้องเรื่องการวินิจฉัยบัตรของกรรมการประจำหน่วย ซึ่งขอให้มีการนับคะแนนใหม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า การร้องให้นับคะแนนใหม่เป็นรายหน่วยสามารถยื่นร้องได้ ซึ่งขณะนี้มีการร้องคัดค้านการเลือกตั้งจำนวน 186 คดี และ 7 เรื่อง เป็นการคัดค้านการนับคะแนน แต่ถ้าจะให้นับใหม่ทั้งประเทศนั้น กฎหมายไม่เปิดช่องให้ทำได้ อย่างไรก็ตาม ในการร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ หากไม่ร้องในระหว่างที่มีการนับคะแนนก็สามารถร้องภายหลังการเลือกตั้งได้

ส่วนเรื่องการประกาศผลร้อยละ 95 ในวันที่ 9 พ.ค. เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า กฎหมายกำหนดว่า หลังกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 9 พ.ค. ถ้าหากเห็นว่าสุจริต ก็ให้ประกาศผล ซึ่งคาดว่า สำนักงานจะเสนอให้ กกต. พิจารณาภายในวันที่ 9 พ.ค. เบื้องต้น ได้เร่งรัดกลุ่มภารกิจสืบสวนสอบสวนในกรณีเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง และกฎหมายใหม่ไม่เปิดโอกาสให้ทยอยประกาศผล อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะให้ใบแดงก่อนวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งอาจทำให้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่สื่อมวลชนคำนวณอาจปรับเปลี่ยนได้ หากมีการเลือกตั้งใหม่

ขณะที่ การสั่งไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้ง 1,542 ใบ จากนิวซีแลนด์ นายกฤช ชี้แจงว่า เมื่อดูกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 114 กฎหมายได้เขียนบังคับให้ กกต. ต้องวินิจฉัยอย่างนั้น ทั้งที่ กกต. เข้าใจเรื่องสิทธิของประชาชนและไม่อยากทำอย่างนั้น รวมทั้งได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบภายใน 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 3 เม.ย. จะทราบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่า กกต. ได้พิจารณาประเด็นดังกล่าวอย่างรอบคอบ

 

"กกต." แจง 4 ประเด็นข้อสงสัย ยัน! "บัตรเขย่ง" ไม่กระทบคะแนนเลือกตั้ง