
ประชุมส่งท้าย 10 บิ๊ก ขรก. "ประยุทธ์" พร้อมฟังคำแนะนำ แม้เกษียณแล้ว
วันนี้ (26 ก.ย. 61) เวลา 10.00 น. ณ ตึกภักดีบรดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า ครั้งที่ 4/2561 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบนโยบายให้ส่วนราชการนำไปดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และติดตามความก้าวหน้าของภารกิจสำคัญตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า และหัวหน้าส่วนราชการ หรือ เทียบเท่า ที่ครบเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณนี้ด้วย โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมและเลี้ยงอาหารดังกล่าว โดยมี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง และคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ด้วย
ก่อนการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า พร้อมถ่ายภาพหมู่และภาพคู่กับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า ที่ครบเกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 10 ราย ณ บริเวณโถงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ประกอบด้วย นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม, นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน, นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายเจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และนายภัทรุตน์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดการประชุมฯ ว่า การประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า ครั้งที่ 4/2561 วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จึงเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งหนึ่งที่ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายในการบริหารราชการและการบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกัน ซึ่งการประชุมหัวหน้าส่วนราชการฯ ถือว่าเป็นเวทีที่มีความสำคัญ เนื่องจากหัวหน้าส่วนราชการฯ เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานที่แท้จริง ที่จะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้รับทราบรายงานข้อมูลการดำเนินงานของกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ซึ่งการดำเนินงานของทุกกระทรวงและหน่วยงานมีความก้าวหน้าโดยลำดับ จึงขอขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำให้หัวหน้าส่วนราชการฯ นำนโยบายไปแปลงสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกอย่างสามารถขับเคลื่อนเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมไปถึงฝากให้ทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท โดยเฉพาะการทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทดังกล่าว ทั้งนี้ การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติถือเป็นกรอบการดำเนินการสำคัญของรัฐบาลระดับนโยบายและการบริหารงานของทุกคนในวันข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ กำลังจะเดินหน้าไปสู่การมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จึงขอให้ทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของข้าราชการทุกคน
สำหรับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า ที่ครบเกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 10 รายนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ทั้งรู้สึกยินดีและเสียใจไปพร้อมกัน โดยที่ผ่านมา ทุกคนได้ทุ่มเททำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถ และเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วยดีตลอดมา อย่างไรก็ตาม แม้ทุกคนจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็พร้อมยินดีรับฟังคำแนะนำและข้อเสนอแนะจากทุกคน โดยขอให้หัวหน้าส่วนราชการฯ ที่ครบเกษียณอายุราชการทุกคน ได้มีความภาคภูมิใจในเกียรติยศที่ทุกคนต่างมีให้แก่กัน และได้มีโอกาสเข้ามาทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์ของทางราชการและส่วนรวมมาโดยตลอด จนครบเกษียณอายุราชการ และมีผลงานเป็นที่ปรากฏ ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติของผู้รับราชการและความภาคภูมิใจของครอบครัว อันจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ข้าราชการรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสานงานต่อไปในอนาคต
ก่อนการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า พร้อมถ่ายภาพหมู่และภาพคู่กับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า ที่ครบเกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 10 ราย ณ บริเวณโถงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ประกอบด้วย นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม, นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน, นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายเจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และนายภัทรุตน์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดการประชุมฯ ว่า การประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า ครั้งที่ 4/2561 วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จึงเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งหนึ่งที่ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายในการบริหารราชการและการบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกัน ซึ่งการประชุมหัวหน้าส่วนราชการฯ ถือว่าเป็นเวทีที่มีความสำคัญ เนื่องจากหัวหน้าส่วนราชการฯ เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานที่แท้จริง ที่จะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้รับทราบรายงานข้อมูลการดำเนินงานของกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ซึ่งการดำเนินงานของทุกกระทรวงและหน่วยงานมีความก้าวหน้าโดยลำดับ จึงขอขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำให้หัวหน้าส่วนราชการฯ นำนโยบายไปแปลงสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกอย่างสามารถขับเคลื่อนเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมไปถึงฝากให้ทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท โดยเฉพาะการทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทดังกล่าว ทั้งนี้ การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติถือเป็นกรอบการดำเนินการสำคัญของรัฐบาลระดับนโยบายและการบริหารงานของทุกคนในวันข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ กำลังจะเดินหน้าไปสู่การมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จึงขอให้ทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของข้าราชการทุกคน
สำหรับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือ เทียบเท่า ที่ครบเกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 10 รายนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ทั้งรู้สึกยินดีและเสียใจไปพร้อมกัน โดยที่ผ่านมา ทุกคนได้ทุ่มเททำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถ และเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วยดีตลอดมา อย่างไรก็ตาม แม้ทุกคนจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็พร้อมยินดีรับฟังคำแนะนำและข้อเสนอแนะจากทุกคน โดยขอให้หัวหน้าส่วนราชการฯ ที่ครบเกษียณอายุราชการทุกคน ได้มีความภาคภูมิใจในเกียรติยศที่ทุกคนต่างมีให้แก่กัน และได้มีโอกาสเข้ามาทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์ของทางราชการและส่วนรวมมาโดยตลอด จนครบเกษียณอายุราชการ และมีผลงานเป็นที่ปรากฏ ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติของผู้รับราชการและความภาคภูมิใจของครอบครัว อันจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ข้าราชการรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสานงานต่อไปในอนาคต






