
พบคราบน้ำมันในทะเล หาดในยาง-ไม้ขาว จ.ภูเก็ต “เจ้าท่า” เร่งสอบ
“เจ้าท่า” ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุพบคราบน้ำมันสีดำบริเวณชายหาดในยาง หาดไม้ขาว อุทยานฯ สิรินาถ จ.ภูเก็ต ยาว 10 กม. เร่งหาผู้กระทำความผิดดำเนินคดี สั่งปรับ 60,000 บาท จำคุก 3 ปี หลังกระทบสิ่งมีชีวิตในทะเลเสียหาย
นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปลอดภัย มอบหมายให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตและสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กล่าวว่า กรมนเร่งตรวจสอบหาสาเหตุ กรณีได้รับแจ้งว่าพบคราบน้ำมันสีดำบริเวณชายหาดในยาง หาดไม้ขาว อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการร่วมกัน โดยนัดหมายพื้นที่เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และร่วมกันจัดเก็บขจัดคราบหรือก้อนน้ำมันดังกล่าว
นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้นายอดูลย์ ระลึกมูล เจ้าพนักงานตรวจเรือชำนาญการ พร้อมด้วย นายฤทธิชัย ทิพย์ศรี นักวิชาการขนส่งปฎิบัติการ นายปรัชญ์ เส้งนุ่ม เจ้าพนักงานตรวจท่าปฎิบัติการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ลงพื้นที่เข้าร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบและกำจัดสิ่งปฏิกูลซึ่งคาดว่าเกิดจากน้ำมันเตา ในพื้นที่หน้าหาดไม้ขาว ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต
ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบพบว่าเป็นน้ำมันเตา ลักษณะจับตัวเป็นก้อน กระจายในบริเวณพื้นที่หน้าหาดอุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดไม้ขาว หาดในยาง หาดในทอน หาดลายัน ครอบคลุม 3 ตำบลคือตำบลสาคู ตำบลไม้ขาว ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลางและบริเวณใกล้เคียง รวมเป็นระยะทางยาวประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต จากการตรวจสอบพบว่าตลอดแนวพบคราบน้ำมันดังกล่าวกระจายตัวไม่หนาแน่นในจุดต่างๆ โดยบริเวณที่พบและมีความหนาแน่นของคราบน้ำมันสูงสุด คือบริเวณหน้าหาดไม้ขาวใกล้สโมสร-สหกรณ์ ศูนย์ควบคุมการบิน อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ตำบลสาคู อำเภอถลางจังหวัดภูเก็ต โดยได้ดำเนินการจัดเก็บเป็นที่เรียบร้อย
นอกจากนี้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต(ทสจ.ภก.) และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันจัดทำบันทึกรวบรวมเอกสารหลักฐานและพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ที่สถานีตำรวจภูธรสาคู
ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม 2566 นี้ เพื่อสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 119 ทวิ "ห้ามมิให้ผู้ใดเท ทิ้ง หรือทำด้วยประการใดๆ ให้น้ำมันและเคมีภัณฑ์หรือสิ่งใดๆ ลงในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ หรือทะเลสาบอันเป็นทางสัญจรของประชาชน หรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทยอันอาจจะเป็นเหตุให้เกิดเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตหรือต่อสิ่งแวดล้อมหรือเป็นอันตรายต่อการเดินเรือในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบดังกล่าว ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในการแก้ไขสิ่งเป็นพิษหรือชดใช้ค่าเสียหายเหล่านั้นด้วย
อย่างไรก็ตามสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเรือที่เดินทางในเส้นทางฝั่งตะวันตกในช่วงเวลาที่ผ่านมา ในระบบ VTS ของศูนย์ควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเลอันดามัน(CSCA) โดยร่วมกับ กองทัพเรือภาคที่ 3 นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจตรวจสอบค้นหาเรือตามแนวชายฝั่ง พร้อมประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาผู้กระทำความผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






