วาง3เฟสบี้ศบค.ปลดล็อก ฟื้นค้าปลีก-ร้านอาหาร งัดมาตรการป้องกันสูงสุด

27 ส.ค. 2564 เวลา 2:50 น. 3.4k

เอกชน ไล่บี้ศบค. คลายล็อกดาวน์ 3 ระยะ เริ่ม 1 ก.ย.นี้ หวังพยุงเศรษฐกิจ หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง จำนวนผู้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น จับเข่าคุยกรมอนามัย-กรมควบคุมโรค เพิ่มมาตรการเข้มข้นขั้นสูงสุด ดันไตรมาส 4 คึกคัก “สายการบิน” ลุ้นไฟเขียวบินเข้า-ออกพื้นที่สีแดงเข้มได้

การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ มีวาระสำคัญที่ภาคธุรกิจจับจ้องอย่างมาก นอกเหนือจากเรื่องมาตรการคลายล็อกดาวน์ในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ที่ศบค.ชุดเล็กมีมติเห็นชอบผ่อนปรนให้ร้านอาหารนั่งรับประทานในร้านได้ แบ่งเป็น

 

1. ร้านอาหารที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศหรือเปิดแอร์ อนุญาตนั่งรับประทานในร้านได้คิดเป็น 50% ของจำนวนที่นั่งในร้าน

 

2. ร้านอาหารที่ไม่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือไม่เปิดแอร์ ให้นั่งได้ 75% ของจำนวนที่นั่งในร้าน รวมทั้งลดระยะเวลาเคอร์ฟิว หรือห้ามออกนอกเคหะสถานในยามวิกาล 1 ชั่วโมง เหลือ 22.00-04.00 น. จากเดิม 21.00-04.00 น.

 

ทั้งนี้ ที่ต้องจับตา กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาผ่อนคลายมาตรการให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ตามแนวทางมาตรการคลายล็อกดาวน์ 3 ระยะ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้

วาง3เฟสบี้ศบค.ปลดล็อก ฟื้นค้าปลีก-ร้านอาหาร  งัดมาตรการป้องกันสูงสุด

ชงเปิดเมือง 1 ก.ย.

 

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากที่สมาคมได้เข้าร่วมหารือกับคณะกรรมการสภาความมั่นคงแห่งชาติในวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา สมาคมได้จัดทำมาตรการผ่อนผันเร่งด่วน

 

ให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และร้านค้าต่างๆ สามารถกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน นี้เป็นต้นไป 

 

มาตรการดังกล่าวนี้จะครอบ คลุมทุกกลุ่มธุรกิจและเป็นไปตามแนวทางการดำเนินการของกรมอนามัยและกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมเพิ่มมาตรการต่างๆ ขั้นสูงสุดเพื่อเป็นการป้องกันและทำให้ธุรกิจสามารถกลับมาเปิดและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้

 

ทั้งนี้ พนักงาน ร้านค้า ตลอดจนลูกค้าต้องพร้อมปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้แพลตฟอร์ม Thai Safe Thai (TST), การใช้ ATK ในกรณีพบกลุ่มเสี่ยง, ร้านค้าที่จะเปิดต้องผ่านการประเมินและมีใบรับรองตามหลักเกณฑ์ Thai Stop Covid+ (TSC+) ทุกเดือน, ลูกค้าต้องปฏิบัติตาม D-M-H-T-T รวมถึงมาตรการอื่นๆ ด้วย

 

สัญญาณดี ดันQ4 คึกคัก

 

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า การคลายล็อกดาวน์ในวันที่ 1 กันยายนนี้ เดอะ มอลล์ มีความพร้อมเปิดให้บริการตลอด ด้วยมาตรการที่เฝ้าระวังเข้มข้น และพนักงานได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ผู้ประกอบการห้าง ร้านค้าล้วนมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด

 

เพราะทุกคนอยากเดินหน้าต่อ อยากให้ภาครัฐมีการกำหนดหรือจัดทำแผนงานที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้ประกอบการได้เตรียมความพร้อม โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารนับแสนล้านทั่วประเทศ ที่คาดหวังจะกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง

 

ลดเงื่อนไข-ข้อจำกัด

 

ทั้งนี้ แม้ศบค.จะประกาศคลายล็อกดาวน์ใน 3 เฟส แต่เบื้องต้นมองว่าในเฟสแรก ที่ให้ร้านอาหารเปิดในรูปแบบนั่งทานได้ 50% จะมีร้านอาหารกลับมาเปิดไม่ถึง 50% เพราะด้วยเงื่อนไข ข้อจำกัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดที่นั่ง การเว้นระยะห่าง การตรวจเข้ม

 

วาง3เฟสบี้ศบค.ปลดล็อก ฟื้นค้าปลีก-ร้านอาหาร  งัดมาตรการป้องกันสูงสุด

การฉีดวัคซีนให้กับพนักงาน ล้วนมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่จะเข้ามาอาจไม่คุ้มค่า เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่าพนักงานในร้านอาหาร 30% เป็นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านและยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

 

ดังนั้น การคลายล็อกดาวน์ที่จะเริ่มในวันที่ 1 กันยายนนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น กลับมาคึกคักขึ้น แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะกลับมาดีในปีนี้ไม่ได้ แต่ถือเป็นกำลังใจให้ภาคธุรกิจและคนไทยได้เดินหน้า

 

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร กล่าวอีกว่า หากเป็นเฟส 2 ที่เปิดให้ร้านอาหารนั่งทานได้ 75% และเฟส 3 ที่ให้เปิดนั่งทานในร้านได้แบบ 100% มีจำนวนพนักงานและลูกค้าที่ได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้น ประชาชนกล้าออกมาใช้ชีวิตมากขึ้น โอกาสที่จะเปิดให้บริการและมียอดขายที่ดีก็มากขึ้นตามไปด้วย

 

อย่างไรก็ดี การคลายล็อกดาวน์อย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยให้ผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจได้เต็มที่ เพราะต้องยอมรับว่าธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิดมาต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี และกระทบหนักในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ ทั้งๆ ที่เป็นธุรกิจที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักได้เร็วสุด และยังเป็นห่วงโซ่อุปทานให้กับธุรกิจอื่นๆด้วย

 

เปิดบินพื้นที่สีแดงเข้ม

 

แหล่งข่าวระดับสูงจากผู้ประกอบการสายการบิน เปิดเผยว่า ในการประชุมศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 27สิงหาคม 2564 ได้นำเสนอคลายล็อกมาตรการจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ในประเด็นที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศห้ามสายการบินทำการในประเทศในเส้นทางบินเข้า-ออกในพื้นที่สีแดงเข้ม โดยจะให้สามารถกลับมาบินที่สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิได้อีกครั้งในวันที่ 1 กันยายนนี้

 

การทำการบินจะอยู่ภายใต้มาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีการหารือที่จะผ่อนผันให้สายการบินสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้จาก 50% ต่อเที่ยวบินเป็น 70% ต่อเที่ยวบิน ทั้งกำหนดเงื่อนไขว่าผู้โดยสารจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน SV 2 เข็ม, หรือAZ, Pfizer, Sinapharm, Moderna อย่างน้อย 1 เข็ม

 

หรือวัคซีนผสม ไม่ต้องตรวจ Swap Test ก็ขึ้นเครื่องได้ หากผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนก็จะต้องมีผลการตรวจเชื้อก่อนการเดินทางอย่างน้อย 72 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้มาตรการต่างๆ ก็ต้องขึ้นอยู่กับจังหวัดต่างๆของสนามบินปลายทางด้วยซึ่งการกลับมาเปิดบินก็จะทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้

 

นายกรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย กล่าวว่า เอกชนสนับสนุนให้รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลง รวมถึงผลักดันการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งการกลับมาเปิดธุรกิจภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้

 

และการจะเปิดให้ประเทศ ร้านอาหาร ศูนย์การค้า กิจกรรมการผ่อนคลายอย่างสปา ควรจะผ่อนผันให้ดำเนินการได้ เพราะถ้าไม่เปิดเลยธุรกิจเดินไม่ได้เศรษฐกิจก็ไปต่อไม่ได้เช่นกัน

 

ปัจจัยบวกทำรีเทลฟื้น

 

นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด เชนสโตร์โมบาย และไอทีรายใหญ่ ที่กล่าวว่า การคลายล็อกดาวน์ จะเป็นปัจจัยบวกสำหรับธุรกิจรีเทล ในการกลับมาดำเนินการได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามดูมาตรการความปลอดภัย ที่ทางภาครัฐจะประกาศออกมา ทั้งในเรื่องจำนวนพนักงานขายในร้าน หรือจำนวนลูกค้าที่เข้ามาเดินภายในร้าน ซึ่งหากกำหนดออกมาชัดเจนก็พร้อมดำเนินการตาม 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง