
EV จีนทะลัก อุตฯยานยนต์ไทย จี้รัฐบาลบล็อกนำเข้า-ส่งออกปิกอัพร่วง
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า EV พุ่งต่อเนื่อง แต่เกินครึ่งเป็นการนำเข้า สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ เร่งสรุปข้อเสนอส่งให้รัฐบาล ทั้งการขึ้นภาษีสรรพสามิต จำกัดโควต้านำเข้า ขณะที่การส่งออกปิกอัพ 5 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.- พ.ค.69) ลดลง 12.24%
KEY
POINTS
- สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการปกป้องการผลิตในประเทศ หลังรถยนต์ไฟฟ้า EV นำเข้าจากจีนยอดพุ่ง
- ข้อเสนอเพื่อลดการนำเข้า EV ประกอบด้วยการเพิ่มส่วนต่างภาษีสรรพสามิตระหว่างรถนำเข้ากับรถที่ผลิตในประเทศ และการพิจารณาจำกัดโควต้านำเข้า
- การส่งออกปิกอัพ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงกว่า 12% โดยได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญ
ตามรายงานของ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ช่วง 5 เดือนแรกของปี (ม.ค.- พ.ค.69) ยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า EV มีจำนวน 82,143 คัน เพิ่มขึ้น 83.27 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการผลิต EV ในไทยเพียง 21,396 คัน คิดเป็นสัดส่วน 26% ของยอดขาย
EV ขายดี แต่เกินครึ่งนำเข้าจีน
แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เปิดเผยว่า ยอดขาย EV ในไทยครึ่งปีแรกมีจำนวนประมาณ 1 แสนคัน ในจำนวนนี้เกินครึ่งเป็นรถนำเข้า แม้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน หลายรายจะมีโรงงานในไทย และต้องผลิตชดเชยตามมาตรการ EV 3.5 ก็ตาม
นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ เปิดเผยว่า เป้าหมายของสมาคมฯ คือทำให้ประเทศไทยรักษาความสามารถในการผลิต ส่งเสริมซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมยานยนต์
“เราต้องปกป้องกระบวนการผลิตรถยนต์ในประเทศ ที่กำลังขยับจากรถเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งตอนนี้มีความกังวลเรื่องสัดส่วนรถยนต์นำเข้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง ยิ่งทำให้ความสามารถในการแข่งขันของรถที่ประกอบในประเทศลดลง”
จี้ขึ้นภาษี จำกัดโควต้านำเข้า EV
ดังนั้น จำเป็นต้องหากลไกมาปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ เช่นถ่างส่วนต่างภาษีสรรพสามิตระหว่างอีวีนำเข้า (10%) กับอีวีประกอบในประเทศ (2%) ให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีส่วนต่างกัน 8% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ลงทุนประกอบรถยนต์ในประเทศ
การถ่างภาษีสรรพสามิตตรงนี้เพื่อดึงดูดการลงทุน ทว่าในสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ มีสมาชิกหลายสัญชาติ หลายระดับ ซึ่งกำลังหารือเรื่องอัตราภาษีว่าจะเป็นเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสม รวมถึงควรต้องให้ระยะเวลาการบังคับใช้ในช่วงปรับตัว (Grace Period)
“นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังพิจารณาถึงการให้สิทธิ์ โควต้าการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า EV สำหรับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีโรงงานในไทยอยู่แล้วแบบมีเงื่อนไข รวมถึงพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสำหรับรถ XEV อีกด้วย (ปัจจุบัน 40%) ซึ่งหลังจากสมาคมสรุปเป็นแพกเกจที่ตกผลึกแล้ว จะนำเสนอรัฐบาลต่อไป” นางสาวยุพิน กล่าวสรุป
ส่งออกปิกอัพร่วง เซ่นพิษสงคราม
ขณะที่เซกเมนต์ปิกอัพ ที่ถือเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ยอดขายในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเคยทำได้ปีละ 3-4 แสนคัน ปัจจุบันเหลือ 1.4-1.5 แสนคัน ขณะที่การส่งออกปิกอัพยังลดลง และได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ที่ถือเป็นตลาดการส่งออกรถยนต์อันดับสามของไทย
ด้านการส่งออกรถยนต์รวมเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มีจำนวน 339,618 คัน ลด 8.5% ในจำนวนนี้เป็นปิกอัพ 210,658 คัน ลดลง 12.24% พีพีวี 53,760 คัน ลดลง 1.75%
ส่วนเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวมปี 2569 กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดว่าจะทำได้ 1.5 ล้านคัน แบ่งเป็นการส่งออก 9.5 แสนคัน และขายในประเทศ 5.5 แสนคัน







