
ตลาดรถยนต์ปีม้า ประเดิมโต 53% เก๋ง EV ยอดพุ่ง ปิกอัพไม่ฟื้น หวังรัฐบาลใหม่ดันเศรษฐกิจ-ลงทุน
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เผยยอดขายเดือนมกราคม 2569 มีจำนวน 73,936 คัน เพิ่มขึ้น 53.77% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว รถยนต์นั่ง และ EV ผลักดันตลาด สวนทางสถานการณ์ปิกอัพที่ยังไม่ฟื้น
KEY
POINTS
- ยอดขายรถยนต์เดือนมกราคม 2569 เติบโต 53.77% โดยมีปัจจัยหลักจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ ทำให้ยอดขายรถยนต์นั่ง และเอสยูวีสูงขึ้น
- ตลาดปิกอัพยังคงซบเซา และมียอดขายลดลง 5.5% เนื่องจากสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและกำลังซื้อที่อ่อนแอ
- ภาคอุตสาหกรรมคาดหวังว่า รัฐบาลใหม่จะเข้ามาผลักดันการลงทุนที่ขอส่งเสริมไว้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน และเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานว่า ยอดขายรถยนต์เดือนมกราคม 2569 มีจำนวน 73,936 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้ว 53.77% เป็นผลมาจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 ซึ่งสิ้นสุดลงปี 2568 รวมทั้งเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 2:1 ของโครงการ EV 3.5 ส่งผลยอดขายรถยนต์นั่งและเอสยูวี เพิ่มขึ้น 76.2% และ 93.6% ตามลำดับ
ขณะที่ตลาดปิกอัพยังคงขายลดลง 5.5% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 เพราะสถาบันการเงินยังเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ จากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้อของประชาชนยังคงอ่อนแอ ภาคอุตสาหกรรมยังใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตมากกว่าที่คาดในอัตรา 2.5% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 จากการลงทุนรวมที่ขยายตัว 8.1% โดยเป็นการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 6.5% จากการปลดล็อกให้นักลงทุนมีความคล่องตัวมากขึ้นส่งผลให้การก่อสร้างโรงงานขยายตัวถึง 12.2% และจากภาครัฐที่เร่งลงทุนขยายตัว 13.3% รวมถึงมีการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 12.8% โดยเฉพาะเครื่องจักรขยายตัว 21.8%
ดังนั้น คงต้องรอรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันการลงทุนที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาทในปี 2568 ให้ลงทุนเร็วขึ้นเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้คนไทยมากขึ้น เศรษฐกิจประเทศไทยจะได้เติบโตมากกว่า 5% เหมือนในอดีต
ในส่วนยอดผลิตถยนต์ทั้งหมดในเดือนมกราคม 2569 มีทั้งสิ้น 118,386 คัน เพิ่มขึ้น 10.53% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว เพราะผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น 46.56%







