
รีวิว Nissan Terra Sport 2023 เครื่องยนต์เนียน ฟังก์ชันคุ้ม
รีวิว Nissan Terra Sport 2023 รุ่นที่ไมเนอร์เชนจ์เมื่อ 2 ปีก่อน แต่ล่าสุดเสริมรุ่นย่อยใหม่ Sport ที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม พร้อมขายในราคา 1.555 ล้านบาท
แม้ Nissan Terra 2023 จะผ่านการไมเนอร์เชนจ์ที่ปรับโฉมการออกแบบภายในได้อย่างโดดเด่น อัดฟังก์ชันอำนวยความสะดวก-ความปลอดภัยเพียบ พร้อมเปลี่ยนระบบห้ามล้อหลังจาก “ดรัม” เป็น “ดิสก์เบรก” ประกบล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว แต่ยอดขายที่ผ่านมา ยังไม่เปรี้ยงปร้าง โดยกอดอันดับสุดท้ายของเซกเมนต์พีพีวีเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
ในขณะที่ Isuzu Mu-X เบียดคู่สูสีกับ Toyota Fortuner อย่างสนุก ด้วยยอดขาย 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค. 66) ทำได้ 13,630 คัน และ 13,538 คันตามลำดับ ทิ้งห่าง Ford Everest 7,204 คัน ตามด้วย Mitsubishi Pajero Sport 2,806 คัน ส่วน Nissan Terra ชิงมาได้แค่ 762 คัน
สำหรับ Nissan Terra แบ่งการขายเป็น 4 รุ่นย่อย ราคา 1.199- 1.555 ล้านบาท ถ้าเทียบระดับราคากับสิ่งที่ได้รับถือว่ามีความคุ้มค่าพอสมควร ส่วนรุ่นท็อปใหม่ Nissan Terra Sport 2023 ราคา 1.555 ล้านบาท นำรุ่น VL 4WD มาตกแต่งเพิ่มเติมด้วยทริมสีดำ ทั้ง กระจังหน้า กันชนหน้า- หลัง ฝาครอบไฟตัดหมอก กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู เสาอากาศครีบฉลาม คิ้วตกแต่งซุ้มล้อ และบันไดข้าง ล้วนเป็นสีดำทั้งหมด
ภายใน Nissan Terra Sport 2023 ไม่ได้ใส่ฟังก์ชันอะไรเพิ่มเติม มากไปกว่าตอนเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ (2 ปีที่แล้ว) เน้นโทนสีดำ ทั้งเบาะนั่ง แดชบอร์ด แผงประตู วัสดุรวมๆ ดูดี สัมผัสพรีเมี่ยม ตัดกับหลังคาสีครีม
หน้าจอกลางแบบทัชสกรีนขนาด 9 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย แต่ระบบ Android Auto ยัง ต้องเสียบสาย ส่วนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 11 นิ้ว แปะอยู่บนหลังคา รอนำเสนอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง สามารถเสียบอุปกรณ์ Android TV กับช่อง HDMI แล้วต่อเชื่อมกับสมาร์ทโฟนดู NetFlix YouTube หรือโปรแกรมสตรีมมิ่งอื่นๆ ได้เลย
ในรุ่นท็อป Nissan Terra Sport 2023 ยังได้เครื่องเสียง Bose พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง คุณภาพเสียงแน่นๆ ฟังเพลินตลอดเส้นทาง และยังช่วยกลบเสียงรบกวนอื่นๆ ที่สะท้อนเข้ามาภายในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี
ด้านเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 - 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ยังตอบสนองทันอกทันใจ วิ่งทางไกลความเร็วสูงไหลได้ยาวๆ
ส่วนช่วงล่างหน้าปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบ 5 จุดยึด (5-Link) พร้อมโช้คอัพ คอยล์สปริง รองรับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดีระดับหนึ่ง ไม่แข็งกระด้างเหมือนรถกระบะ(ที่ช่วงล่างหลังเเป็นแหนบ) แต่ก็ไม่นุ่มเหมือนเอสยูวีที่พัฒนาบนพื้นฐานรถยนต์นั่ง
หากเทียบความหนึบแน่น Nissan Terra ไม่แพ้ใครในตลาดในระดับราคาใกล้เคียงกัน แต่ถ้าจะเอาความกลมกล่อม สมดุลสุดๆ ในเซกเมนต์นี้ ผมยังยกให้ Ford Everest ครับ
ส่วนพวงมาลัยแบบแรคแอนพิเนียน ผ่อนแรง ด้วยไฮดรอลิก ปรับอัตราทดมาใหม่ แต่การผ่อนแรงของระบบผมว่ายังขาดๆเกินๆ กล่าวคือ วิ่งความเร็วสูงเกิน 100 กม./ชม. ยังรู้สึกว่าเบามือไปนิด
ด้านอัตราบริโภคนํ้ามัน วัดจากตอนออกนอกเมือง วิ่งบนถนนพหลโยธิน มุ่งสู่จังหวัดสระบุรี (เป้าหมายสุดท้ายคือ เพชรบูรณ์) ใช้ความเร็วสูงเป็นหลัก ยังเห็นตัวเลขแสดงผล 12-13 กม./ลิตร
รวบรัดตัดความ...Nissan Terra ผมชอบสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ชุดนี้ให้อัตราเร่งดี เหมาะสมลงตัวต่อการใช้งาน ส่วนภายในห้องโดยสารสวยงาม เก็บเสียงรบกวนจากภายนอกยอดเยี่ยม ถือเป็นพีพีวี อันเดอร์เรต ที่วันนี้ยอดขายยังไม่ได้ขยับสูงตามที่นิสสันคาดหวัง หลังจากการไมเนอร์เชนจ์เมื่อ 2 ปีก่อน
รีวิว Nissan Terra Sport 2023 : กรกิต กสิคุณ







