thansettakij
thansettakij
เบนซ์ รอประกอบไทยเอสยูวี Mercedes-Benz GLC ซีดาน E-Class ไม่ขายรุ่นนำเข้า

เบนซ์ รอประกอบไทยเอสยูวี Mercedes-Benz GLC ซีดาน E-Class ไม่ขายรุ่นนำเข้า

23 มิ.ย. 66 | 07:32 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มิ.ย. 66 | 13:01 น.

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย รอประกอบในประเทศ ทั้ง เอสยูวี Mercedes-Benz GLC และซีดาน Mercedes-Benz E-Class โดยไม่สั่งรุ่นนำเข้ามาขายก่อนเหมือนที่ผ่านๆ มา

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปรับแผนการแนะนำโปรดักต์ใหม่เข้าสู่ตลาดเมืองไทย โดยรถยนต์ที่มีแผนประกอบในประเทศอยู่แล้ว จะไม่รีบสั่งรุ่นนำเข้ามาขายเหมือนที่ผ่านๆ มา โดยโมเดลเชนจ์ของ Mercedes-Benz GLC รุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด จ่อขึ้นไลน์ผลิตไตรมาส 3 ปีนี้ ส่วนโฉมใหม่ E-Class W214 จะตามมาปี 2024 ด้านประธานใหญ่ “มาร์ติน ชเวงค์” วอนรัฐบาลใหม่คงนโยบายสนับสนุน EV อย่างต่อเนื่อง

 The new Mercedes-Benz GLC SUV  The new Mercedes-Benz GLC SUV

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยเลิกพูดเรื่องยอดขายที่ตามหลังบีเอ็มดับเบิลยู มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจมีความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้ยุทธศาสตร์ Retail of the Future ยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ในทุกมิติ และไม่ลงไปแข่งขันด้านราคา

 

ภายใต้ประธานคนใหม่ “มาร์ติน ชเวงค์” (รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 1 มกราคม 2566) เริ่มเข้ามาปฏิรูปองค์กรตั้งแต่หลังบ้านตนเอง ไปจนถึงคู่ค้าที่กำลังจะเปลี่ยนสถานะจาก ดีลเลอร์ เป็น เอเจนต์ (ไม่ต้องลงทุนซื้อรถมาสต๊อก และได้เป็นค่าปล่อยรถต่อคันแทน)

 

ด้านโปรดักต์ เมอร์เซเดส- เบนซ์ เตรียมเพิ่มความเข้มข้นในเชิงลึก ผ่านซับแบรนด์ Mercedes-AMG, Mercedes- Maybach รวมถึงกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า EQ ทั้ง ปลั๊ก-อินไฮริด และ EV

 

ส่วนรถยนต์รุ่นหลักๆ ที่มีแผนประกอบในประเทศอยู่แล้ว ยังเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่คือ จะไม่นำเข้าตัว CBU มาทำตลาดก่อน แต่จะรอให้ชิ้นส่วนและการประกอบในประเทศพร้อม ถึงจะเริ่มขายโมเดลนั้นๆ ด้วยรุ่น CKD

 

แนวทางนี้ เริ่มเห็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำมาแล้วจาก Mercedes-Benz C-Class W206 ซึ่งเป็นโมเดลที่คลอดในช่วงโควิด และอุตสาหกรรมยานยนต์เผชิญปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ หรือ “ชิป” (Chip Shortage) อย่างหนัก

ดังนั้น หลังจาก W206 เปิดตัวในตลาดโลกช่วงต้นปี 2021 แต่เมืองไทยต้องรอการทำตลาดรุ่นประกอบในประเทศ ที่กำหนดไว้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 และประเดิมด้วยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล C220d ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท ก่อนที่ตัวปลั๊ก-อินไฮบริด C350e ราคา 3.35 ล้านบาท จะตามมาช่วงปลายปี

 

ในปี 2023 เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถเล็กขับเคลื่อนล้อหน้า A-Class Facelift ไปแล้ว และปลายปีนี้ถึงจะเป็นคิวของ ครอสโอเวอร์ที่พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกัน GLA Facelift (ประกอบในประเทศทั้งคู่) ส่วนโมเดลสำคัญในตลาดเอสยูวีที่เปิดตัวในตลาดโลกตั้งแต่ปี 2022 อย่าง All new Mercedes-Benz GLC จะเริ่มขึ้นไลน์ผลิตในไตรมาสที่ 3 หรือคาดว่าจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้

 The new Mercedes-Benz GLC SUV  The new Mercedes-Benz GLC SUV

The new GLC โฉมใหม่โมเดลเชนจ์ ในไทยจะประเดิมด้วยขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริดก่อน ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลจะตามมาสมทบช่วงปลายปี

 

สำหรับ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC ปลั๊ก-อินไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 31.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ในโหมด EV วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 120 กม. (มาตรฐาน WLTP)

 

ขณะที่ Mercedes-Benz E-Class โฉมใหม่ W214 ที่เพิ่งเปิดตัวสู่สายตาชาวโลกในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แต่การทำตลาดในไทยจะไม่มีรุ่นนำเข้า CBU ต้องรอการประกอบในประเทศช่วงไตรมาสที่สองปี 2024

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมปลุกกระแสด้วยการนำเข้า EV ตัวแรง Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของการทำตลาดในไทย กับรถลูกผสมระหว่างตระกูล Mercedes-AMG กับ EQ ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า 100%

 

Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ ซาลูนตัวแรงใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวขับเคลื่อนล้อหน้า-หลัง ให้กำลังรวม 625 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 950 นิวตัน- เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.5 วินาที พร้อมชุดแพกแบตเตอรี่ความจุ 90.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 465 กม.

Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC

นายมาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส- เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่หลายรุ่น ในส่วน EV บริษัทมีแผนประกอบรุ่นอื่นๆ นอกเหนือไปจาก EQS แน่นอน ส่วนเอสยูวีรุ่น EQB ที่ได้การตอบรับเป็นอย่างดี บริษัทจึงนำเข้ารถล็อตใหม่มาทำตลาดเพิ่มเติม แต่ไม่มีแผนประกอบในประเทศ

 

“ที่ผ่านมารัฐบาลไทยวางแผนสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นบริษัทรถยนต์รายแรก (เมเจอร์แบรนด์) ที่ตอบรับนโยบายด้วยการขึ้นไลน์ประกอบ EV ที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ ดังนั้นจึงอยากให้ดำเนินตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน”

 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ มุ่งมั่นที่จะยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยผ่านแผนการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ทั้งการให้ความสำคัญเกี่ยวกับแผนงานด้านความยั่งยืน (Sustainability) การนำเสนอรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) การนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology and Innovation) รวมถึงประสบการณ์แบบลักชัวรี่ (Luxury Experience)

 

ล่าสุดยังสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยการขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็น 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ครอบคลุมทั้งรถใหม่ และย้อนหลังให้ลูกค้าที่ซื้อรถไปแล้ว ทั้ง C-Class รุ่น C 350e (W206), E-Class รุ่น E 300e (W213), S-Class รุ่น S 580e (V223), GLC 300e (X253), GLC 300e Coupe (C253) และ GLE 350de (V167)