
KGEN จับมือ CHERY เขย่าพอร์ตถือหุ้น 60% ปักหมุดโรงงานแห่งที่ 2 รุก EV
KGEN ผนึก CHERY ปักหมุดไทย ดีทรอยด์อาเซียน กางพิมพ์เขียวร่วมทุนจ่อเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นโรงงานผลิตรถยนต์ ดันไทยสู่ฐานผลิตและส่งออก EV มั่นใจยอดขายปีนี้ทะลุ 20,000 ล้าน
KEY
POINTS
- KGEN เตรียมเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าที่ร่วมทุนกับ CHERY เป็น 60% ภายในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้
- มีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน หรือ "ดีทรอยด์แห่งอาเซียน"
- CHERY มีแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 2 ในจังหวัดระยอง พร้อมทั้งตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์
นายคณิสสร์ ศรีวชิรประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยว่า หลังโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า จ.ระยอง ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง Chery Group ผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์เป็นอันดับ 1 ของจีน และ KGEN เข้าสู่กระบวนการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ Chery ถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์ส่งออกยักษ์ใหญ่ของจีนต่อเนื่องยาวนานมา 23 ปี มีโรงงานทั้งในเอเชีย อังกฤษและยุโรป 129 โรงงาน กำลังการผลิต 2.8 ล้านคัน ส่งออก 1.4 ล้านคัน
สำหรับประเทศไทยโรงงานแห่งนี้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ Omoda&Jacoo เป็นหลัก ซึ่งปีนี้โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง จะเร่งผลิต 40,000 คัน และปี 2570 จะผลิตเต็มกำลัง 80,000 คัน เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกด้วย
นายคณิสสร์ กล่าวต่อว่า บริษัทมีการปักธงประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ในอาเซียน หรือ ดีทรอยด์แห่งอาเซียน เพื่อผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปยัง 10 ประเทศทั่วภูมิภาค
อย่างไรก็ตามการที่โรงงานจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวจะต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ ไทยต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% ต้องมีแบรนด์ของตัวเองหรือแบรนด์แห่งชาติ รวมทั้งต้องมีชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ของไทย 41% ในรถยนต์ 1 คัน
ทั้งนี้ KGEN กำลังเดินหน้าดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยปัจจุบัน Chery เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในขณะที่ KGEN ถือหุ้น 43.7% แต่ในเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ KGEN จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 60%
ขณะเดียวกันจะขยับสัดส่วนหุ้นในบริษัทจำหน่ายรถยนต์ Omoda&Jaecoo จาก 7% เป็น 25% ด้วย ในอนาคตอันใกล้โรงงานแห่งนี้จะไม่ใช่โรงงานจีนอีกต่อไป เพราะคนไทยจะเป็นผู้ถือหุ้นถึง 60% ดังนั้นเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถเป็นดีทรอยด์แห่งอาเซียนได้อย่างแน่นอน
สำหรับผลประกอบการของ KGEN มั่นใจว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และพร้อมพลิกฟื้นกลับมามีกำไรอย่างเต็มตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 นี้เป็นต้นไป และหากเป็นไปตามแผนการผลิตในปีนี้ คาดว่าจะมียอดขายไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท ดังนั้นจะเห็นผลการลงทุนเต็มปีตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
นอกจากนี้เมื่อมีแผนระยะยาวให้ไทยเป็นดีทรอยด์แห่งอาเซียน ทาง Chery มองว่ากำลังการผลิตรถยนต์ 80,000 คันต่อโรงงานเพียงแห่งเดียวน่าจะไม่เพียงพอ จึงมีแผนที่จะสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในจ.ระยอง รวมทั้งจะตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เนื่องจากค่ายรถยนต์หลายค่ายติดสัญญากับญี่ปุ่น
ดังนั้นเป็นโอกาสที่ Chery จะลงทุนผลิตชิ้นส่วนขายให้กับรถจีน เพื่อป้อนการผลิตให้รถยนต์ในกลุ่ม Chery ด้วย และในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ Chery เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Chery Q รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ผสานดีไซน์การออกแบบที่คว้ารางวัล Red Dot Winner 2026 ซึ่งตั้งเป้าเป็นฮีโร่ โปรดักท์ ของเซกเมนต์นี้ เช่นเดียวกับ Jaecoo 5 ที่เป็นฮีโร่ของ Jaecoo






